ทำไมต้องเป็น ป๊อปคอร์น…ขนมที่ถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง

เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ขึ้นมาทีไร ก็นึกถึงขนมที่กินตอนดูหนังไปด้วยทุกที คุณเป็นคนนึงมั้ย ที่เวลาจะดูหนังต้องมีขนมมากินด้วย และขนมที่ชวนให้อยากกินตอนดูหนังไม่ว่าจะตอนไหน ก็คือเจ้า ขนมป๊อปคอร์น นั่นเอง เคยสงสัยกันไหม ว่าเราเริ่มกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังกันมาตั้งแต่เมื่อไร ใครเป็นต้นคิด แล้วทำไมต้องเป็นป๊อปคอร์น ทำไมไม่เป็นไส้กรอก ขนมปัง คุกกี้ หรือสายไหมบ้าง วันนี้ เราจะมาเฉลยให้ฟัง ว่าทำไมคนถึงนิยมกินป๊อปคอร์นตอนดูหนังแทนที่จะเป็นขนมอย่างอื่น กินป๊อปคอร์นตอนดูหนังมีที่มาที่ไปจากอะไร ทำไมถึงแพร่หลายไปทั่วทุกทีขนาดนี้ ขนาดเราเองจะดูหนังทีไรก็ต้องอยากกินป๊อปคอร์นด้วยตลอดเลย

บ้านเกิดของ Popcorn Culture คือ สหรัฐอเมริกา
แต่เดิมนั้นป๊อปคอร์นเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในอเมริกาเหนืออยู่แล้ว เพราะทำง่าย ราคาถูก ได้ปริมาณเยอะ จนกระทั่งปี 1848 ก็มีผู้คิดค้นตู้ทำป๊อปคอร์นแบบเคลื่อนที่ขึ้นมา และทำให้อาชีพคนขายป๊อปคอร์นแพร่หลายขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้น คนขายมักจะเข็นตู้ป๊อปคอร์นไปตั้งขายในที่คนพลุกพล่าน เช่น หน้าโรงละครเวที หน้าโรงละครสัตว์ ตามงานเทศกาล รวมไปถึงหน้าโรงหนังด้วย แม้ว่าสมัยนั้นโรงหนังจะยังไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไป ป๊อปคอร์นก็ยังขายดิบขายดีทุกครั้งหลังหนังฉายจบ เพราะคนที่เพิ่งดูหนังออกมาจากโรง ก็มักจะท้องหิว อีกทั้งกลิ่นหอมฟุ้งและเสียงปะทุของป๊อปคอร์นยังดึงความสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ป๊อปคอร์น กับ โรงหนังจากของต้องห้าม กลายเป็นตัวทำกำไร
พอถึงยุคถัดมา ที่โรงหนังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างโรงละครเวทีหรือละครสัตว์แบบไม่เห็นฝุ่น ประจวบเหมาะกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (The Great Depression) ขึ้นในอเมริกาพอดี ยิ่งทำให้ขนมราคาถูกอย่างป๊อปคอร์นขายดีสุด ๆ จนโรงหนังต้องยอมอนุญาตให้คนเอาป๊อปคอร์นเข้าไปกินในโรงได้ นับจากนั้นมา ป๊อปคอร์นก็ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูหนังอย่างเต็มตัว ไม่นานนัก เจ้าของธุรกิจโรงหนังก็เล็งเห็นโอกาสในการทำกำไรจากป๊อปคอร์น พวกเขาจึงเปลี่ยนแผนใหม่ จัดแจงไล่คนขายไปซะ แล้วตั้งบูธขายป๊อปคอร์นของโรงหนังเองซะเลย บวกราคาเพิ่ม และตั้งกฎไม่ให้คนดูเอาอาหารจากภายนอกเข้าไป ตั้งแต่นั้นมา โรงหนังก็ได้สิทธิ์ผูกขาดในการขายป๊อปคอร์น (แพง ๆ) แต่เพียงผู้เดียว

ขนมป๊อปคอร์น กับการกินตอนดูหนัง
ตอนนี้วัฒนธรรมป๊อปคอร์นได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ขนาดเราเองเวลาจะดูหนังออนไลน์ในห้องโฮมเธียเตอร์ที่บ้าน ยังต้องมีป๊อปคอร์นชามใหญ่มานั่งกินไปด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่ได้บรรยากาศ แอบกระซิบบอกเลยว่าคั่วเองกินเองที่บ้านต้นทุนถูกกว่าซื้อหน้าโรงหนังหลายเท่าตัว ประหยัดทั้งค่าตั๋ว ค่าขนม ฟินคูณสองเลย

ทีนี้เราก็พอจะรู้กันแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมต้องขนมป๊อปคอร์นถึงถูกเลือกให้กินคู่ตอนดูหนัง แต่ไม่ว่าจะเปิด เว็บดูหนังออนไลน์อยู่ที่บ้าน หรือดูในโรงหนัง การมีอะไรอร่อยๆ กินไปด้วยดูไปด้วยนั้นเป็นการเพิ่มพูนความสุขในการดูหนังไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ประโยชน์ของ เว็บดูหนังออนไลน์ เพื่อการดูหนังแบบมีความเป็นส่วนตัว

เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังออนไลน์ ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ สำหรับคนที่อยากดูหนังแบบเป็นส่วนตั๊วส่วนตัว โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบบรรยากาศแออัดกับผู้คนในโรงหนัง การดูหนังบนเว็บออนไลน์ จะช่วยให้การใช้ชีวิต ณ ขณะหนึ่งของคนแต่ละคนมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น จำทำอะไรก็ได้ทำ สะดวกไปหมด และเนื่องด้วยพฤติกรรม รสนิยมความชอบที่แตกต่างกันออกไป คนเราจึงต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อทำในสิ่งที่ทำให้รู้สึกเป็นตัวของตัวเองกันบ้าง ใช่มั้ยล่ะ!

‘’ประโยชน์ของการดูหนังแบบมีความเป็นส่วนตัว’’
เมื่อคุณเข้า เว็บดูหนังออนไลน์ เพื่อสนุกกับหนังเรื่องโปรดในเวลาส่วนตัว นอกจากจะได้ดูหนังอย่างเพลิดเพลินเต็มอิ่มแล้ว สิ่งที่คุณจะยังได้รับประโยชน์เพิ่มเติมเหล่านี้อีกด้วย

1. อยากจะพักยังไง ตัดตอนตรงไหนก็ทำได้สะดวก
หนังหลาย ๆ เรื่องค่อนข้างยาว ทำให้บางคนไม่สามารถดูให้จบในทันทีได้ ซึ่งถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดูหนังกับคนอื่นหรือเป็นการดูหนังในโรง คุณก็คงจะต้องฝืนดูให้จบแม้ว่าจะเหนื่อยหรือง่วงแค่ไหน เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินและเป็นการแคร์ความรู้สึกของคนที่มาดูด้วย แต่ถ้าคุณนั่ง ดูหนังออนไลน์ฟรี แบบเป็นส่วนตัว คุณจะตัดตอนตรงไหนก็ได้ เหนื่อยเมื่อไรพักเมื่อนั้น สะดวกสุด ๆ ไปเลย

2. สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยกันได้
บางครั้งคุณอาจจะอยากเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ หรือทำอย่างอื่นไปด้วยและดูหนังไปด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าหากคุณดูหนังกับคนอื่นหรือดูหนังในโรง การทำแบบนั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งประโยชน์สำหรับการดูหนังออนไลน์แบบเป็นส่วนตัว

3. เพิ่ม-ลดระดับเสียงได้ตามใจ
ระดับเสียงของหนังช่วยให้การดูหนังมีความสนุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละคนก็มีระดับเสียงที่พึงพอใจแตกต่างกัน ถ้าคุณดูหนังกับคนอื่นหรือดูในโรงหนัง คุณจะไม่สามารถปรับลดหรือเพิ่มระดับเสียงด้วยตัวเองได้ ยิ่งหาก ณ ขณะนั้นเป็นระดับเสียงที่คุณไม่ได้พึงพอใจ อาจส่งผลให้ความสนุกในการดูหนังหายไปได้เล็กน้อย

4. เลือกเอาเองว่าอยากจะดูพากย์ไทยหรือซาวด์แทร็ก
รสนิยมของคนดูหนังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท นั่นคือ คนที่ชอบดูแบบพากย์ไทยและคนที่ชอบดูหนังด้วยเสียงซาวด์แทร็กซับไทย ซึ่งรสนิยมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่คุณอาจไม่สามารถเลือกได้เองว่าอยากจะดูหนังแบบไหน จริงอยู่ที่โรงหนังส่วนใหญ่มีการให้บริการทั้งสองรูปแบบ แต่เมื่อต้องไปดูกับเพื่อนคุณอาจจำเป็นที่จะต้องทำตามเสียงส่วนใหญ่ และมันอาจไม่ใช่รสนิยมจริง ๆ ของคุณ เมื่อมองถึงจุดนี้ยังไงการดูหนังออนไลน์แบบเป็นส่วนตัวก็มีภาษีมากกว่า เพราะคุณอยากจะดูแบบไหนอย่างไร ก็เป็นสิทธิของคุณเพียงคนเดียว และเมื่อได้ดูในแบบที่เป็นตัวเอง การดูหนังก็สนุกขึ้นได้ไม่ยากเลย

5. นึกอยากจะดูหนังแนวไหนก็ได้ทั้งหมด
นี่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องของรสนิยมอีกแล้ว แต่คุณเองก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารสนิยมของผู้คนนั้นแตกต่างกัน และบางครั้งการได้เลือกสิ่งที่อยากดูด้วยตัวเองมันก็ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ และข้อนี้อาจสามารถหมายถึงการ ดูหนังออนไลน์ 18+ ก็ได้เหมือนกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะอะไร? ผู้ผลิตหนังไทย ถึงชอบสร้างหนังแนวตลกคอมเมดี้

คุณเคยสังเกตุมั้ยว่า ดูหนังออนไลน์ ใน เว็บดูหนังออนไลน์ มีหนังไทยแนวไหนเยอะมากที่สุด ถ้าเดาไม่ออกลองเปิดเว็บ ดูหนังออนไลน์ ได้เลย แล้วคุณจะได้คำตอบ และหนังไทยนั้นถือว่าอยู่คู่กับสังคมของเรามาเป็นระยะเวลายาวนาน ตลอดเวลาก็ได้สร้างสาระความบันเทิงให้กับผู้ชมอย่างไม่ขาดสาย ด้วยความที่หนังเป็นสื่อที่หาชมได้ง่าย มีโรงหนังที่เปิดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ หรือใครที่ไม่ชอบออกจากบ้านก็สามารถชมผ่านทาง เว็บดูหนังออนไลน์ ได้

โดยหนังไทยนั้นก็ถูกผลิตออกมาหลายแนวหลายประเภทด้วยกันตั้งแต่ แนวแอคชั่น, แนวสู้ชีวิต, แนวผีสยองขวัญ, แนวสารคดี ซึ่งประเภทของหนังไทยที่นิยมสร้างกันมากที่สุดประเภทนึงก็คือ แนวตลกคอมเมดี้ เบาสมอง ซึ่งไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยเราก็ได้ผ่านตากันมาหลายเรื่องจากหลายผู้ผลิต ซึ่งอาจจะมีประสบความสำเร็จมากมายหรือที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีอยู่ให้เห็นแต่ว่าหนังแนวตลกของไทยก็ยังมีให้เห็นไม่ห่างหายไปไหน นั่นเป็นเพราะอะไรครั้งนี้เราจะมาลองวิเคราะห์ถึงเหตุผลกัน
1. ต้นทุนการผลิตที่น้อยกว่าแนวอื่น
ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าทุนสร้างของบริษัทภาพยนตร์ของไทยนั้นไม่ได้เยอะแยะมากมายเหมือนกับบริษัทของต่างประเทศ ที่สามารถสร้างภาพยนตร์แอคชั่น ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ หรือ ภาพยนตร์แนวผจญภัยต่าง ๆ ที่สามารถทุ่มเงินไปกับ ฉาก สเปเชี่ยลเอฟเฟค หรือ วิชวลกราฟิค ได้ ดังนั้นในบรรดาประเภทของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมนั้นภาพยนตร์ตลกดูเหมือนจุดเด่นจะไม่ได้อยู่ที่การต้องทุ่มเงินไปการโปรดัคชั่นที่อลังการมากแต่อยู่ที่การเขียนบทที่ตรงใจและเข้าถึงอารมณ์ขันของคนดูมากกว่า
แต่นั่นก็เป็นเหมือนกับดาบ 2 คม ของผู้ผลิต โดยถ้าภาพยนตร์เรื่องนั้นสามารถทำหน้าที่ในด้านให้ความสนุกสนานและความบันเทิงกับผู้ชมได้อย่างเต็มที่นอกจากการโปรโมตออกสื่อแล้วก็จะเกิดการบอกปากต่อปากกันทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้ายิ่งไม่เน้นด้านโปรดัคชั่นเท่าไหร่แล้วเรื่องราวหรือบทของภาพยนตร์ไม่โดนใจผู้ชมวงกว้างด้วยแล้วก็เตรียมพับเสื่อกันไปได้เลย
2. พื้นฐานนิสัยคนไทย
อย่างที่รู้กันว่าคนไทยมีนิสัยที่ชอบความสนุกสนานเฮฮา ไม่ชินกับความเครียดหรือความกดดันเท่าไหร่ โดยสิ่งเหล่านี้อาจจะมีมากน้อยกันไปในแต่ละบุคคล แต่ตั้งแต่อดีตการที่ประเทศไทยได้ฉายาจากชาวต่างชาติว่า Land of Smile ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ดังนั้นมโหรสพต่าง ๆ ที่คนไทยชอบดูมาตั้งแต่สมัยโบราณจึงสอดแทรกอารมณ์ขันไปอยู่เสมอ ทั้งลิเก หรือ ลำตัด ที่มักมีตัวแสดงหรือบทที่ทำให้คนดูหัวเราะได้กันเป็นปกติ
ดังนั้น เมื่อประเทศไทยสามารถสร้างภาพยนตร์เองได้ก็มักจะเขียนบทหรือทำเรื่องราวที่สนุกสนานขบขันเพื่อมาเอาใจคนดูหรือแม้กระทั้งภาพยนตร์แอคชั่นหรือผีก็ยังต้องมีตัวละครหนึ่งทำหน้าที่แสดงบทตลกเพื่อคลายความตึงเครียดของภาพยนตร์นั่นเอง ดังนั้นไม่แปลกที่ผู้ผลิตจะทำหนังแนวตลกออกมาเพื่อรองรับนิสัยคนไทย
3. หานักแสดงได้ไม่ยาก
การที่จะแคสนักแสดงแต่ละคนมาเพื่อรับบทในหนังเรื่องนั้น ๆ การสร้างความรู้สึกดึงดูดให้ผู้ชมก่อนดูนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งในประเทศไทยถ้าผู้ชมไม่เชื่อว่านักแสดงคนนั้นสามารถสร้างความสนุกสนานตลกขบขันให้กับเขาได้โอกาสที่จะเข้าไปดูนั้นก็มีน้อยลง แต่ว่าโชคดีที่ประเทศไทยมีนักแสดงตลกที่คุ้นหน้าเป็นจำนวนมากดังนั้นจึงเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดีสำหรับผู้สร้างที่จะนำมาเป็นตัวแสดงหลักหรือนักแสดงสมทบให้กับผลงาน
แต่นั่นก็มีทั้งผลดีหรือผลร้ายอีกเช่นกัน เพราะว่าในยุคแรกที่นำนักแสดงตลกโดยเฉพาะพี่ ๆ ตลกคาเฟ่เข้ามาเป็นตัวเอกในภาพยนตร์ก็อาจจะสร้างความฮือฮาและความแปลกใหม่ได้มาก แต่หลังจากที่ทำในรูปแบบเดิมมาเป็นเวลานานอาจจะทำให้ผู้ชมเกิดความเบื่อและไม่สนับสนุนภาพยนตร์แนวนี้ในยุคหลัง ๆ นั่นเอง
4. ผสมผสานได้กับหลายแนว
หนังแนวตลกนั้นสามารถนำไปดัดแปลงได้กับเนื้อเรื่องในหลายสถานการณ์ ทั้งเรื่องราวของแอคชั่น ผี ไปจนถึงประวัติศาสตร์ ดังนั้นผู้สร้างจึงมีทางเลือกในการกระจายกลุ่มเป้าหมายที่ชอบแนวต่างกันไปได้ง่ายกว่า ทำให้ลดอัตราเสี่ยงขาดทุนไปได้นั่นเอง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่จะสามารถช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้ท่าน!

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักบริเวณในระยะนี้ก็สามารถปรับปรุงตนเองได้นะ หลายท่านบางทีก็อาจจะมึนว่าดูหนังแล้วจะปรับปรุงตัวได้อย่างไร เคยทราบคำกล่าวนี้หรือไม่ “ดูหนัง มองละคร แล้วย้อนมาดูตนเอง” เคยรับรู้กันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็จำเป็นต้องสารภาพว่า ในตอนนี้หนังชอบแทรกสอดคำคม ข้อคิดเตือนใจดีๆเอาไว้กระทั่งมีการสะสมคำคมพวกนั้นไว้มากมายก่ายกองหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง สร้างแรงจูงใจต่างๆไปจนกระทั่งแนวทางการทำธุรกิจ เพราะเหตุว่าภายใต้ความเพลิดเพลินสนุกสนานสนุกสนานนั้น ผู้ผลิตชอบซ่อนเร้นบทเรียนชีวิตเอาไว้จำนวนไม่ใช่น้อย ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความตรึงใจต่อตัวแสดง หน้าที่ รวมทั้งเรื่องราวในหนังเพียงแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความองอาจในตัวคุณให้ลุกขึ้นยืนมาเปลี่ยนปรับปรุงตนเองเจริญเทียบเท่าการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้พวกเราได้เสนอ 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาตนเองของทุกคน คนใดกันแน่ถูกใจคำคมจากหนังเรื่องไหนก็หาหนังหัวข้อนั้นมาดูเพิ่มได้นะคะ

1. คำคมจากเรื่อง Bourne Ultimatum : ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย
“Hope for the best but plan for the worst.”
“เมื่อปฏิบัติงานก็ทำให้เยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็จำต้องจัดเตรียมสำหรับเหตุการณ์ที่ชั่วร้ายที่สุด” ในชีวิตจริงก็เช่นเดียวกัน เมื่อพวกเราปฏิบัติงานก็ควรมุ่งหวังแล้วก็ทำออกมาให้ดีเยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็อย่าลืมคิดแผนสำรองเผื่อกำเนิดอะไรบกพร่องขึ้นมาจะได้ตั้งรับถูก

2. คำคมจากเรื่อง Forrest Gump : ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะเซ่อ
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
“ชีวิตก็เสมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณเป็นไปไม่ได้ทราบเลยว่าคุณจะจับพบรสอะไร” คำคมที่เพียรพยายามใช้คำว่าช็อกโกแลต สื่อถึง “อนาคต” เพราะเหตุว่าพวกเราไม่รู้จักว่า ชีวิตของพวกเราในอนาคตจะคืออะไร จะเลือกถือหรือคว้าอะไรได้ เพียงแค่ทำวันนี้ให้เหมาะสมที่สุด ตั้งรับอนาคตไม่ว่าจะดีหรือร้าย

3. คำคมจากเรื่อง Slumdog Millionaire : สลัมด็อก ไม่ลเลียนแนร์ คำตอบในที่สุด…อยู่ที่ศีรษะดวงใจ
“Scar is the proof of a healed wound.” จากเรื่อง Slumdog Millionaire
“รอยแผลเป็นหลักฐานของรอยแผลที่ถูกแก้ไขแล้ว” ความมานะบากบั่นหรือต่อสู้กับปัญหาต่างๆแม้ว่าจะเจ็บบ้างแม้กระนั้นความบกพร่องพวกนั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีแล้วก็ทำให้พวกเราแข็งขึ้น ราวกับแผลหวานใจษาหายแล้ว

4. คำคมจากเรื่อง Mean Girls : มีน เกิร์ลส์ กลุ่มสาวซ่าส์ วีนซะไม่มี
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
“เรียกผู้อื่นว่า อ้วน มิได้ทำให้ท่านผอมบางลง การเรียกผู้อื่นว่า ทึ่ม ก็มิได้ทำให้ท่านเฉลี่ยวฉลาดขึ้นเหมือนกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็มิได้ทำให้ท่านเป็นสุขเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าที่ควรจะทำหมายถึงจัดแจงปัญหาที่อยู่ข้างหน้าคุณต่างหาก” ภาพยนตร์สำหรับผู้หญิงที่นำข้อคิดเตือนใจมาใช้ได้กับทุกคน เพราะว่าการให้เกียรติคนอื่น ก็ราวกับการให้เกียรติตัวเอง แล้วก็ยังบอกพวกเราอีกว่า อย่าหลีกหนีปัญหา ควรจะลำดับความสำคัญแล้วก็จัดแจงปัญหาก่อนที่จะแพร่กระจายไปอันอื่น

5. คำคมจากเรื่อง Tangled : ราพันเซล เจ้าฟ้าหญิงผมยาวกับขโมยซ่าจอมแสบ
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
“ทดลองก้าวออกมาจากโซนไม่มีอันตรายสิ รางวัลมันคุ้มแน่ๆ” การทดลองเสี่ยงออกมาจากคอมฟอร์ทโซน เริ่มก้าวออกมาทำอะไรใหม่ๆอาจทำให้คุณได้พบกับคำตอบ เรื่อง หรือมุมมองที่ดีมากยิ่งกว่าเดิมก็เป็นไปได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรดีๆผลสรุปก็คุ้มแล้ว

6. คำคมจากเรื่อง Star Wars, The Empire Strikes Back : สตาร์ วอร์ส 2
“Do, or do not. There is no try.”
“ไม่มีคำว่าทดลองหรอก มีเพียงแค่จะทำหรือเปล่าแค่นั้น” คุณครูโยดาผู้อบรมพร่ำสอนผู้แสดงนำชาย ได้บากบั่นบอกพวกเราว่า การจะทำสิ่งใดให้เสร็จ ไม่ใช่จะเพียงแค่ทดลองๆเลิกๆจะต้องมีความขมักเขม้น เพราะว่าไม่อย่างนั้นก็อย่าทำเลที่ตั้งยดีมากยิ่งกว่า

7. คำคมจากเรื่อง Cast Away : คนหลุดโลก
“I know what I have to do now, I’ve got to keep breathing because tomorrow the sun will rise. Who knows what the tide could bring?”
“ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าจะต้องทำอะไร ฉันจะมีลมหายใจถัดไป เพราะว่าวันพรุ่ง ก็ยังมีตะวันขึ้น คนไหนกันแน่จะทราบล่ะว่า คลื่นสมุทรบางทีอาจนำอะไรดีๆมาให้” ควรมีหวังแล้วก็มองโลกในแง่ดีอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าสิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้ท่านทำรวมทั้งรอคอยเรื่องราวดีๆ

8. คำคมจากเรื่อง Shrek : เชร็ค
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
“ครู่หนึ่งหนึ่งล่ะ คุณจะศึกษาที่จะละเลยสิ่งที่คนอื่นๆเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อถือในสิ่งที่เราเองเป็นแทน” มีความเชื่อมั่นและมั่นใจแล้วก็เชื่อถือในตัวเอง เพราะเหตุว่าสิ่งนี้จะพาคุณไปสู่ความสบายและก็การบรรลุเป้าหมาย

คืออะไรกันบ้างค่ะ กับ 8 แง่คิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้น จะมองเห็นได้ว่าหนังและก็ละครดีๆหลายเรื่อง หากพวกเราดูดีๆแล้วล่ะก็ นอกเหนือจากที่จะให้ความบันเทิง ก็มีคำอบรมสั่งสอนดีๆให้ผู้ชมอย่างพวกเราเอากลับมาใช้สำหรับการดำรงชีพทุกวัน ยืดเป็นแถวทางในการพัฒนาตนเองได้เหมือนกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังอยู่บ้านถึงจะพลาดสาดน้ำสงกรานต์ แต่ไม่พลาดความสนุก

ไม่ได้เล่นน้ำสงกรานต์ไม่ต้องเสียใจไป วันนี้เราจะชวนทุกคน เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังอยู่บ้านให้หายเบื่อกัน เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมถึงที่ประเทศไทยเราด้วย จึงทำให้เทศกาลสงกรานต์บ้านเราถูกสั่งงดทุกพื้นที่! (เสียใจ) ถึงจะเสียใจแต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังมีหนังออนไลน์ไว้ดูแก้ความเบื่อในช่วงนี้ไปได้ วันนี้เราได้รวบรวมความสนุก มาให้ทุกคนดูอยู่บ้านกันแบบเอาให้ตาแฉะกันไปข้างนึงเลยไม่ว่าจะเป็นคอหนังแอคชั่น ฮีโร่ อนิเมชั่นหรือคอหนังแนวสยองขวัญก็มีครบ จะมีเรื่องไหนบ้าง อย่าช้า มาดูกันเลย

1. Jurassic World: Fallen Kingdom (จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย)
นับเป็นเวลากว่า 4 ปี หลังจากกองทัพไดโนเสาร์บุกเข้าทำลาย Jurassic World!! สวนสนุกกึ่งรีสอร์ทสุดหรูที่มนุษย์สร้างขึ้นกักกันและใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ทำเงินเยี่ยงสัตว์โชว์ เพื่อทวงดินแดนธรรมชาติและอิสรภาพในป่ากว้างของพวกมันคืน แต่ภัยพิบัติอันร้อนระอุที่กำลังค่อย ๆ ก่อตัวบนภูเขาไฟลูกยักษ์ในครั้งนี้ ก็อาจถึงคราวที่เหล่าไดโนเสาร์คมเขี้ยวร้ายต้องขอความช่วยเหลือจากมนุษย์บ้าง เรื่องราวจะน่าตื่นเต้นขนาดไหน! เปิดดูเรื่องนี้ด่วนเลย

2. The Nutcracker and the Four Realms (เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์)
ทุกตำนานย่อมมีด้านมืดให้คุณได้ค้นพบ เรื่องนี้จะพาคุณผจญภัยไปในสี่ดินแดนมหัศจรรย์ กับเคียร่า ไนท์ลีย์ และแม็คเคนซี่ ฟอย พร้อมด้วย เฮเลน เมียร์เรน และมอร์แกน ฟรีแมน ใน Disney’s The Nutcracker and the Four Realms “เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์” The Nutcracker and the Four Realms ดัดแปลงจากนิยาย The Nutcracker and the Mouse King เมื่อปี 1816 ของนักเขียน อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ (E.T.A. Hoffmann) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาว อย่าง คลาร่า ที่ตามหากุญแจวิเศษหายที่หายไป โดยกุญแจนี้จะสามารถเปิดกล่องของขวัญล้ำค่าที่คุณแม่ที่จากไปของเธอได้ให้ไว้ จากนั้น คลาร่า จึงได้รับด้ายทองคำจาก Drosselmeyer (มอร์แกน ฟรีแมน)พ่อทูนหัวในงานปาร์ตี้วันหยุดประจำปี ซึ่งจะนำให้เธอไปสู่อีกมิติหนึ่งอันน่าพิศวง

3. Fantastic Beasts 2 (สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์)
ถ้าโลกเวทมนตร์ฝั่งอังกฤษใน Harry Potter มี รูเบอัส แฮกริด ภาพยนตร์จากโลกเวทมนตร์เดียวกันฝั่งอเมริกาอย่าง Fantastic Beasts ก็มี นิวท์ สคามันเดอร์ ผู้เป็นทั้งเจ้าของและผู้ดูแล คอยส่งเหล่าสัตว์วิเศษมาเพิ่มสีสันให้แฟน ๆ ได้เฮฮาและตื่นตาตื่นใจกันไปตลอดเรื่อง !

4. Avengers: Infinity War (มหาสงครามล้างจักรวาล)
เป็นภาคที่รวมเหล่าฮีโร่ของ Marval ไว้ได้มากที่สุดสำหรับอภิมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ Avengers: Infinity War เหล่าอเวนเจอร์ยังคงต้องปกป้องโลกจากภัยอันตรายครั้งใหญ่ที่เกินกว่าที่ซุปเปอร์ฮีโร่คนเดียวจะรับมือได้ อันตรายครั้งใหม่นั้นมาจากเงามืดของจักรวาล ‘ทานอส’ จอมเผด็จการแห่งจักรวาล เป้าหมายของเขาคือการรวบรวมอัญมณี อินฟินิตี้สโตนส์ทั้งหก เพื่อครอบครองพลังที่เกินจะจินตนาการถึง และใช้พวกมันในการเปลี่ยนแปลงความจริงทั้งมวลของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่อเวนเจอร์ต่อสู้มาก็เพื่อสิ่งนี้ ชะตากรรมของโลกและจักรวาลไม่เคยสั่นคลอนเท่านี้มาก่อน

5. X-Men: Dark Phoenix (X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์)
ภาพยนตร์ภาคต่อในเฟรนไชส์ X-Men เมื่อ Jean Grey ได้พัฒนาพลังของเธอจนสูงขึ้นและได้เริ่มเปลี่ยนเธอให้กลายเป็น Dark Phoenix เหล่า X-Men จึงต้องร่วมมือกันหยุดยั้งเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป X-Men: Dark Phoenix กำกับโดย ไซมอน คินเบิร์ก นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, โอลิเวีย มันน และ โซเฟีย เทอเนอร์ เป็นหนังที่คอแอคชั่นไม่ควรพลาดเลยน้า

6. The Nun (เดอะ นัน)
ความเฮี้ยนของผีแม่ชีที่หลายคนยังจดจำได้ดีจาก The Conjuring 2 กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งแบบเต็ม ๆ โดย ผีแม่ชีกำลังจะมีภาคแยกเป็นของตัวเองใน The Nun โดยหนังยังได้ เจมส์ วาน (James Wan) ต้นตำหรับความเฮี้ยนกลับมาในฐานะโปรดิวเซอร์ร่วมกับ ปีเตอร์ ซาฟราน (Peter Safran) และได้เจ้าของความหลอนจาก Annabelle อย่าง แกรี่ เดาเบอร์แมน (Gary Dauberman) รับหน้าที่เขียนบท จะน่ากลัวขนาดไหนต้องดูเรื่องนี้ให้ได้

7. The Incredibles 2 (รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2)
ถือเป็นอนิเมชั่นพิซาร์ที่แฟนๆตั้งตารอคอยภาคต่อมากที่สุด แต่ทางค่ายก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการเข็น “Cars” ออกมาได้ถึง 3 ภาค แม้ภาคที่ 2 จะไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ก็ตาม (แต่เพราะได้ยอดจากการขายของเล่นจึงทำให้มีภาคต่อตามมา) เชื่อว่าหากนำอนิเมชั่นที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่น พิกซาร์ก็ยังคงรับทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น Toy Story 2-3 และ Finding Doryแน่นอน

8. Bumblebee 2018 (บัมเบิ้ลบี)
หนังภาคแยกของหนังชุดหุ่นแปลงร่าง “Transformers” ที่ประเดิมด้วยตัวเอกขวัญใจแฟน ๆ อย่าง “บัมเบิ้ลบี” ที่เล่าย้อนกลับไปในปี 1987 หรือ หลังสงครามกลางเมืองบนดาวไซเบอตรอน ระหว่าง ออโต้บอท และ ดีเซปติคอน จนต้องมาหลบซ่อนบนโลกมนุษย์ ทำให้ได้เจอกับ ชาร์ลี ที่พบซากของบัมเบิ้ลบีโดยบังเอิญและปลุกชีพโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทำให้ ดีเซปติคอน ตามไล่ล่า พร้อมกับเผยอดีตเจ้าหุ่นสีเหลืองตัวนี้ ความน่าสนใจคือนักแสดง ที่ได้ยอดนักมวยปล้ำชื่อดังอย่าง John Cena มาร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย ส่วนบทบาท ชาร์ลี ได้ Hailee Steinfeld ที่เพิ่งโด่งดังจาก Pitch Perfect

9. Aquaman (อควาแมน เจ้าสมุทร)
เป็นอีกครั้งที่เราจะได้เห็นความสามารถและพละกำลังของราชาแห่งจ้าวสมุทร อควาแมน เจ้าผู้ครองอาณาจักรใต้ทะเล มีความสามารถในการสื่อสารและควบคุมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้ เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Justice League นำแสดงโดย เจสัน โมมัว ในบท อควาแมน และเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Justice League หนังยังร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกหลายชีวิต อาทิ แอมเบอร์ เฮิร์ด (Amber Heard), นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman), เทมูรา มอริสัน (Temuera Morrison), จากผลงานการกำกับ เจมส์ วาน (James Wan) รับรองความสนุกเลยเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

พยากรณ์นิสัยที่หลบซ่อนอยู่ในใจจากรสนิยมการดูหนัง

คุณเป็นอีกคนนึงที่ถูกใจการ ดูหนังออนไลน์ หรือไม่ หากใช่! หนังแนวไหนที่คุณถูกใจมองสูงที่สุด กดเข้าไปมองหลายครั้งที่สุด ถ้าเกิดคุณถามตนเองจนกระทั่งมั่นใจแล้วก็ได้คำตอบแล้วว่าคุณเป็นคนชอบดูหนังตัวโยงของหนังแนวขบขัน แนวการ์ตูน หรือหนังผีสุดสยองขวัญ วันนี้พวกเรามีคำพยากรณ์นิสัยที่หลบอยู่ในใจจากรสนิยมการดูหนังของแต่ละคนมาฝากกัน เอาละจะแม่นเพียงใด ไปทายกันเลย

คุณถูกใจภาพยนตร์ตลกฮาๆ
แสดงว่าคุณเป็นผู้ที่ถูกใจดำเนินชีวิตแบบ เรียบง่าย สบายๆตามใจฉัน อารมณ์เบิกบาน ไม่ค่อย จะถูกใจเรื่องซีเรียสตั้งใจจริงเท่าไรนัก และไม่อยากคิดอะไรให้มากเรื่องค่อนข้างจะไม่ค่อยจะห่วงใย ต่อความไม่สมหวังในชีวิตในอดีตกาลจำนวนมากนัก ส่วนใหญ่ชอบถูกใจสืบหาความสำราญเบิกบาน ตลกโปกฮาสนุก ชอบมองโลกในแง่ดี เผย ด้วยใจจริง มีความเป็นเพื่อนกับคนที่อยู่รอบข้าง โดยยิ่งไปกว่านั้นชอบเป็นที่พึ่งพิง หรือให้คำแนะนำที่ดี กับคนที่อยู่รอบข้าง ชอบไม่ค่อยจะมีอุบายเล่ห์กลเท่าไรนัก เพียงแค่เป็นคนอารมณ์ขันเพียงแค่นั้น เอื้อเฟื้อ ถูกใจอิสระ ชอบมีอารมณ์ขันในแบบสนุกสนานเฮฮา อ่อนโยน มีเสน่ห์ต่อคนที่อยู่รอบข้าง พินิจกล้วยๆก็จากนักเล่นตลกชอบมีคนรักงาม ดูเหมือนจะทุกคน หรือคุณไม่ต้องการที่จะอยากมีคู่รักงามหรือหล่อกับเขาบ้างล่ะขา

คุณถูกใจหนังการ์ตูน อนิเมชั่น
แสดงว่าคุณเป็นผู้ที่มีความกระตือ รือร้น ช่างคิดช่างฝันจินตนาการ รักศิลป์ อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบุคลิกลักษณะหรือนิสัยเสมือนเซลาร์มูนหรือ ดอกเตอร์อากิโรส ในการ์ตูนไฟนอลแแฟนตาซี (Final Fantasy) ก็ได้ การที่คุณเกลียด อยู่นิ่งเฉยเมย ชอบถูกใจแสดง ในด้านความนึกคิดรวมทั้งความประพฤติอยู่เสมอเวลา มีความตั้งอกตั้งใจเป็นจริงเป็นจังอุตสาหะเพียรพยายามฝ่าฟัน เพื่องานนั้นเสร็จลงได้ แม้กระนั้นก็ถูกใจเสวนา คุยโวถึงความรู้ความเข้าใจของตนมากยิ่งกว่า ผลงานที่ได้ทำเสียอีก ในแบบโจ๊กใส่ไข่ หลายๆฟองเชียวล่ะ ด้วยเหตุว่าคุณเป็นคน ที่มองโลกในแง่ดีและก็มีคุณความดีประจำใจ เกลียดอยู่ในกรอบหรือกฎที่ต้องปฏิบัติเท่าไรนัก คุณก็เลยมองดูอ่อนวัยกว่าธรรมดา ไม่บอกอายุยง ไม่ทราบเชียวนะ ว่าเพราะอะไรสติปัญญาก็เลยอ่อนจังเลย เอ้ย! จะต้องขออภัยด้วยขา บริเวณใบหน้าของคุณ ต่างหากที่ดูอ่อนวัยกว่าธรรมดา หากว่าอายุ ผ่านพ้นเลขสี่เลขห้าไปสุดแต่ดูราวกับว่าสิบ เก้าเลยเชียว มองจากพวกนักบรรยายการ์ตูน สิขา เด็กกว่าคนวัยเดียวกันตั้งมากเลย หรือไปถามน้าต๋อย แซมเบ้ ก็ได้ หากคุณถามอายุน้าต๋อยอาจตอบว่าสิบเก้าก็ได้คนไหนจะทราบ

คุณถูกใจหนังชีวิตจะต้องสู้ คนสู้ชีวิต
แสดงว่าคุณเป็นผู้ที่มีความเชื่อ ในความซื่อตรง ซื่อสัตย์ เป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความดีในจิตไร้สำนึกของคุณจะชี้ว่า ความมุมานะอุตสาหะเอาจริงเอาจังด้วยคุณความดี ควรต้องชนะความอำมหิตได้ หรือธรรมะย่อม ชนะอธรรมจนได้ท้ายที่สุด คุณเป็นผู้ที่มีจิตใจกว้างใหญ่ และก็มีความทรหดอดทนมากมาย ดำเนินการ หนักในสภาพการณ์บีบคั้นต่างๆรวมทั้งมีความ เมตตากรุณา ปราณี ถูกใจช่วยเหลือเผื่อแผ่ ผู้ที่ลำบาก มองโลกในแง่ดี แล้วก็ เป็นแฟนที่ดี อยากที่จะให้ครอบครัวสุขสบายสมหวังในตอนปลายของชีวิตด้วย

คุณถูกใจหนังผีสยองขวัญ
แสดงว่าคุณเป็นผู้ที่สอดรู้สอดเห็น อยากศึกษาและก็พิสูจน์เรื่องจริงให้ได้ จะพอใจในเรื่องเร้นลับที่ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ ชอบมักจะทำอะไรให้คนอื่นสนเท่ห์ใจอยู่ตลอด ถูกใจการแสวงหาเครื่องลางเครื่องราง ถูกใจการต่อสู้รวมทั้งพบเจอกับสิ่งลี้ลับ คุณมัก จะมีลักษณะท่าทางที่ค่อนข้างจะเข้าใจยาก ลึกลับ ค่อนข้างจะหลงตัวเองไปสักหน่อย มักถูกใจแสดงความ ความเห็นของตัวเองออกไปทางโต้เถียงนิดๆซึ่งอาจมีคำบอกเล่าซึ่งคนที่อยู่รอบข้างเกลียดชังเท่าไรนักก็ได้ รวมทั้งชอบหลอกราษฎรให้ใจสั่น ขวัญผวา ก็แน่ล่ะสิ เพราะว่าจะมีคนเข้ามาอิงแนบหรือกอดคุณแน่นอย่างน่าอิจฉาจังเลย

คุณถูกใจหนังมีเพลงดนตรี
ชี้ว่าคุณเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดี สดใสร่าเริง ชอบถูกใจงานสังสรรค์ที่มีแสงสีที่งามหรูหรา ความช่างคิดช่างฝันจินตนาการประดิษฐ์ในอารมณ์แบบนักแสดง จะมีผลให้คุณมีความมีชีวิตชีวา คล่องแคล่ว มีเสน่ห์เป็นที่น่าประทับใจของคนที่อยู่รอบข้าง โดยยิ่งไปกว่านั้นกับเพศตรงข้ามจะแอบยกย่องคุณอยู่ก็ได้ คุณอาจจะถูกใจงานสังคม โดยจะแฮปปี้มากมายที่ได้คบค้ากับคนที่ไม่รู้จัก ที่มีอุดมการณ์แนวคิดเดียวกัน คุณชอบรังเกียจความเงียบเหงาหงอย

คุณถูกใจหนังอาร์วับวามแวมๆ18+
ชี้ว่าคุณเป็นผู้ที่ให้ความเอาใจใส่ กับสรีระ ความโค้งงอเว้าของร่างกายมากมายๆหรือ อะไรเอ่ยถูกใจมองในสิ่งที่เขาปกปิดซุกซ่อนบนร่างกาย ก็พวกนักสะสมหนังเอวีบางครั้งก็อาจจะตอบได้นะ คุณจะถูกใจความงามของร่างกาย โดยยิ่งไปกว่านั้นความเจ้าชู้ของคุณเองยังไงล่ะ ชอบ ชื่นชมทางกามารมณ์มากมายเป็นพิเศษ ถูกใจคิดถูกใจฝันสร้างสรวงสวรรค์วิมานบนอากาศ โดยยิ่งไปกว่านั้นคุณกับผู้ที่หล่อหรืองามยแบบ ดารานำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดารานำชายนางเอก ของฮอลลีวู้ดน่ะล่ะ คุณอาจจะหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์เซ็กส์มากมายไปนิดหน่อย เจ้าชู้มากมาย มีอารมณ์หวั่นไหวในเรื่องความรักมากมาย บางทีอาจ จะถูกใจเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าไรนัก ในรูปแบบของความเก็บกดก็เป็นไปได้

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนคนอยู่บ้านดูหนังแนวคุณหมอ เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการแพทย์

อยู่บ้านกักตัวเบื่อๆ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังเกี่ยวกับการแพทย์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านการรักษาดูแลสุขภาพกัน หลายคนคงเห็นแล้วว่าในยุคที่โรคระบาดอย่างโควิด 19 ครองเมืองนั้น ความรู้ด้านการการแพทย์เบื้องต้น การดูแลสุขภาพอนามัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง และการเรียนรู้ก็ไม่ได้จำกัดแค่ในหนังสือ อย่างหนังทีเราจะนำเสนอต่อไปนี้ ก็เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นการทำงานของหมอ อาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ และวิธีการรักษา การดูหนังนอกจากจะสนุกแล้วยังจะได้ทริคความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการแพทย์ ซึ่งสามารถใช้ได้จริงๆ มาดูแลสังเกตอาการ หรือจะเป็นการดูแลสุขภาพอนามัยให้ตัวเองและคนที่เรารักได้

1. หมอเจ็บ
ภาพยนตร์นี้ ออกฉายเมื่อปี 2547 เป็นเรื่องราวของ 2 หมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันกำลังไปเป็นหมอเอ็กซ์เทิร์น (Extern) ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด ซึ่งการออกไปฝึกงานครั้งนี้ ทำให้ทั้ง 2 ได้เรียนรู้อะไรๆ หลายอย่าง และมีบททดสอบสำคัญอยู่ตรงหน้าที่เขาจะต้องเลือกทำ โดยภาพยนตร์เรื่อง หมอเจ็บ ได้สะท้อนมุมมองเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของไทยในพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอธิบายเรื่องการเลือกฝึกงานของนักศึกษาแพทย์ การใช้ชีวิต การเรียนรู้ต่างๆ ที่นักศึกษาแพทย์จะต้องพบเจอ ก่อนจะออกมาเป็นแพทย์ในชีวิตจริง

2. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
ออกฉายเมื่อปี 2558 เป็นเรื่องราวที่สะท้อนการทำงานของชาวฟรีแลนซ์ ซึ่งใช้งานร่างกายหนักจนเกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย ส่งผลให้เขาต้องไปพบหมอผิวหนังในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นพบตัวตน และการหาคำตอบว่า เขาทำงานหนักไปเพื่ออะไร ทั้งนี้ ตัวหนังเองไม่ได้พูดถึงแค่วงการฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ยังพูดถึงระบบสาธารณสุขของไทย เช่น การรอคิวเพื่อพบหมอ บางคนจะต้องมาก่อน 6 โมงเช้า หรือการนั่งรอหมอตรวจกว่าครึ่งวัน เป็นต้น ส่วนนางเอกของเรื่องนี้ คือ หมอ ที่เป็นหมอห่วงใยคนไข้ และต้องการค้นหาต้นตอของโรค การรักษาโรคอย่างจริงจัง แต่ก็มิวายโดนคนไข้ที่ไม่เข้าใจการทำงาน โวยวาย หรือด่าทอ นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องฟรีแลนซ์ ยังอธิบายถึงการกระทำบางอย่างของหมอ ที่บอกเล่าให้คนป่วย หรือคนนอกอย่างพวกเราเข้าใจ เช่น การแชตไลน์ในระหว่างการรักษาคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหมายถึงการคุย ปรึกษากันในวงหมอ เกี่ยวกับโรคของคนไข้ เป็นต้น

3. หมอหงวน แสงดาวแห่งศรัทธา
ฉายเมื่อปี 2553 เป็นเรื่องราวของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้นำนโยบายนี้ไปใช้ โดยใช้ชื่อว่า 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งนี้ ละครดังกล่าว ได้สะท้อนตัวตนของหมอหงวน ที่ออกไปเป็นแพทย์ชนบท ที่ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในสมัยก่อนความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง หมอหงวนต้องต่อสู้ระหว่างความเชื่อของชาวบ้าน และการรักษาโรค รวมไปถึงอิทธิพล อำนาจต่างๆ ที่หมอหงวนต้องพบและต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านั้น

4. Healing Hands (นาทีชีวิต นาทีวิกฤติ)
หลายๆ ครั้งที่ฮ่องกงต้องเผชิญกับโรคระบาด เช่น โรคซาร์ส เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งการที่จะให้คนเข้าใจเรื่องราว และการป้องกันของโรคนี้ คือ การทำละคร ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ละครเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่า หมอก็เป็นคน ป่วยเป็นเหมือนกัน นอกจากจะไม่สบายแล้ว หมอ ก็ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นดั่งหวังอีกด้วย

5. The Hippocratic Crush On Call 36 hours หรือ ทีมแพทย์กู้ชีพ
เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับ Healing Hands แต่เนื้อเรื่องทันสมัยมากกว่า จุดที่พีคที่สุดคือ การที่หมอศัลยกรรมคนหนึ่ง ต้องหันเหเปลี่ยนแปลงชีวิต มาเป็นหมอพยาธิวิทยาแทน เนื่องจากตัวเองป่วยด้วยโรคเนื้องอก ซึ่งจุดนี้เองทำให้คนที่ดูละคร มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิวิทยา มากขึ้น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

กักบริเวณอยู่บ้าน คนไม่มีคนรักจะต้องไม่หงอยเหงา เพราะเหตุว่าพวกเรามีหนังเป็นเพื่อน

เชิญชวนคนไม่มีคู่รักมา ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกัน ตอนกักบริเวณวัววิดอย่างนี้ คนไม่มีคู่รักแบบพวกเราจำเป็นต้องไม่หงอยเหงา (เฉือนน้ำตา) ถ้าหากมีคู่ในช่วงกักบริเวณอย่างงี้คงดีไม่น้อย! แม้กระนั้นสำหรับคนไม่มีคู่ทั้งหลายแหล่ไม่ต้องเศร้าใจไป ด้วยเหตุว่าวันนี้ พวกเรามีหนังรักสำหรับคนไม่มีคู่รัก มองออนไลน์สบายๆอยู่บ้านมาฝากกัน ปีต่อไปฟ้าใหม่หวังดวงใจว่าจำต้องพบผู้ที่ใช่อย่างแน่แท้ แต่ว่าปีนี้ให้หนังอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาหงอยไปก่อนนะ

Single Lady / ด้วยเหตุว่าเคยมีคู่รัก (2015)
ขนาดอั้ม พัชราภายังไม่มีคู่ นับประสาอะไรกับเราประชากรตาดำๆ“Single Lady เนื่องจากเคยมีคนรัก” บอกเล่าเรื่องราวของ “ไบรท์” สาวสวยสุดเพอร์เฟคที่บังเอิญไปดูแพทย์แล้วโดนทักว่าเพราะว่าอะไรบางอย่างในอดีตกาลที่ทำให้คุณจำเป็นต้องไม่มีคู่ครองอยู่อย่างงี้ ไบรท์ก็เลยจำเป็นต้องกลับไปตามหาคนรักเก่าอีกทั้ง 5 คนเพื่อสะสางปัญหาอะไรบางอย่างให้ครบ

Bangkok Traffic Love Story / รถไฟฟ้า มาหานะคุณ (2009)
เป็นหนังที่ให้กำลังใจคนไม่มีแฟนว่าพวกเราจำเป็นต้องพบผู้ที่ใช่เข้าวันใดวันหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับ “รถไฟฟ้า มาหานะคุณ” ที่พูดถึง “เหมยลี่” สาวโสดวัย 30 ที่จะต้องทนกับเรื่องเพื่อนฝูงในกรุ๊ปสมรสไปซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งวันนึงคุณได้ทราบจะกับ “คุณลุง” วิศวกรซ่อมแซมรถไฟฟ้าด้วยความบังเอิญ เหมยลี่รู้สึกว่านี่เป็นจังหวะท้ายที่สุดที่คุณจะได้ลงจากคานท่ามกลางความแตกต่างของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแล้วก็เวลาทำงานที่คุณจำเป็นต้องพบเจอ

Her / คุณ…หวานใจ (2013)
เป็นหนังรักที่พลอตแปลกประหลาดแถมกับโลกเดี๋ยวนี้แบบสุดๆเมื่อ “ธีโอดอร์” ตัวนำของเรื่องได้หลงเสน่ห์หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ซึ่ง Her คนนี้ไม่ใช่เพศหญิงสุดงามแวววาวเสน่ห์ไหนแม้กระนั้นคุณเป็นระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์ที่เขาใช้อยู่แต่ละวันนั่นเอง เพียงแค่พลอตคู่รักกับระบบปฏิบัติก็ไม่ทราบจะทายใจตอนสุดท้ายอย่างไรแล้ว!!

The Lobsters / ไม่มีคู่หงอยเหงาเป็นล็อบสเตอร์ (2015)
เพียงแค่ชื่อก็ระลึกถึงเมนูอาหารสุดวิจิตรตระการตาอย่างกุ้งล็อบสเตอร์แล้ว โดย The Lobsters บอกเล่าเรื่องราวของสมัยอนาคตที่การไม่มีคู่ครองแปลงเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งถ้าเกิดคนไหนกันที่ไม่มีแฟนนานเกิน 45 วัน เขาคนนั้นก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสัตว์ไปตลอดไป

(500) days of summer / ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเลือนคุณ (2009)
ราวกับจะเที่ยงธรรมเนียมไปแล้วว่าคนหงอยเหงาจำเป็นต้องมอง (500) days of summer โดยข้างในหนังประเด็นนี้จะบอกเล่าเรื่องราวความรักอีกทั้ง 500 วันของนายทอมกับนางสาวซัมเมอร์ ตั้งแต่ก่อนพบกัน จีบกัน รักกัน ไปจนกระทั่งทะเลาะกัน รับประกันมองจบแล้วจำต้องคิดบางอย่างได้อย่างแน่แท้

Sexphone / คลื่นเหงาหงอย สาวข้างบ้าน (2003)
สำหรับผู้คนที่เติบโตมาในตอนคลื่นวิทยุรุ่งโรจน์อาจจะเคยชินกับการขอเพลงหรือเสวนาเปลี่ยนประสบการณ์ทางหน้าไมค์กับนักจัดรายการวิทยุอยู่ไม่น้อย โดย “Sexphone คลื่นเหงาหงอย สาวข้างบ้าน” พูดถึงเรื่องราวของ “ซุกซน” แล้วก็ “เจ” สองเพื่อนบ้านที่มีเรื่องมีราวราวขัดแย้งอยู่เป็นประจำ กระทั่งเหตุบังเอิญในคลื่นวิทยุที่ทำให้พวกเขาจำต้องมาคุยกันถูกคอแบบบังเอิญโดยที่ไม่เคยรู้ว่าตัวจริงเป็นคนใดกัน

Dear Dakanda / คู่หู (2005)
มั่นใจว่า ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจะต้องเคยแอบชอบคู่หูกันอย่างไม่ต้องสงสัย โดย “คู่หู” หนังรักจากค่าย GTH ที่ได้แรงจูงใจมาจากบทกลอนเรื่อง “กล่องไปรษณีย์สีแดง” บอกเล่าเรื่องราวของสองเพื่อนเกลออย่าง “ไข่ห้อย” แล้วก็ “ดากานดา” ที่หลงรักคู่หูแบบไม่รู้ตัว ตอนกักบริเวณนี้ต้องหามาดูให้ได้นะ ประเด็นนี้สนุกสนานมากมายเลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนะนำหนังน่าดู สำหรับน้องๆนักเรียน ในช่วงปิดเทอมลากยาว 2563

ปิดเทอมนานหลายเดือน ใครเบื่อบ้าง ยกมือขึ้น! ดูหนังออนไลน์ วันนี้เราจะมาชวนน้องๆเปิด เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังออนไลน์อยู่บ้านแก้เบื่อในช่วงปิดเทอมลากยาวแบบนี้ ทั้งเหงาทั้งเซ็งกันมากๆเลย ใช่มั้ยล่ะ นอกจากเทศกาลสงกรานต์จะถูกยกเลิกแล้ว ในปี 2563 นี้ เรียกได้ว่าเป็นปีที่มีช่วงปิดเทอมยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ทำท่าว่าจะอยู่อีกนาน ทำให้ปิดเทอมนี้น้อง ๆ หลายคนมีเวลาว่างมากขึ้นเป็นกอง แถมยังออกไปไหนไม่ได้ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน วันนี้ทางเราขอนำเสนอ หนังออนไลน์น่าดูในช่วงปิดเทอมยาวให้ได้ดูแบบจุกๆแก้เบื่อกัน จะมีเรื่องอะไรกันบ้างมาติดตามกันได้เลย

1. SuckSeed ห่วยขั้นเทพ
ประเดิมด้วยหนังไทยของค่าย GTH เป็นหนังที่ว่าด้วยกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการหาอะไรทำในช่วงวัยเรียนจนได้มาพบกับสิ่งที่ชอบ นั่นก็คือ ดนตรี ซึ่งมาพร้อมกับความรักในวัยหนุ่มสาว ที่จะทำให้นักเรียนในช่วงปิดเทอมต่างฝันหวานไปตามๆกัน อีกทั้งยังมีนักร้องเพลงร็อคที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นมาปรากฏตัวในหนังอีกเยอะแยะมากมาย หนังจะสนุกขนาดไหนลองไปหากันดูได้เลยจ้า

2.Ironman (ภาค 1-3) มหาประลัยคนเกราะเหล็ก
มาต่อกันด้วยหนังของค่ายซูเปอร์ฮีโร่กันบ้าง เมื่อเราปิดเทอมเวลาว่างก็จะเยอะจนไม่รู้จะทำอะไร ทางเราจึงคิดได้ว่า นักเรียนคงต้องชอบไลฟ์สไตล์และอุปลักษณะนิสัยการใช้ชีวิตของ Tony Stark แน่นอน และแนะนำให้ดู 3 ภาครวดไปเลย

3. Pirate of The Carribian (ภาค 1-5) ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน
หนังว่าด้วยโจรสลัดที่คาแรกเตอร์เป็นที่น่าจดจำจนตราตรึงใจหลายๆคน ในช่วงปิดเทอมนี้แนะนำว่าดูไปเลย 5 ภาครวด แล้วน้องๆ จะต้องรู้สึกสนุกกับความกวนของ Jack Sparrow ในหนังอย่างแน่นอน

4. Fast and Furious (ภาค 1-8) ฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส
เอาใจคนที่ชื่นชอบรถซิ่ง หรือชื่นชอบในการแต่งรถ ขอแนะนำ Fast and Furious ทั้ง 8 ภาค ในเมื่อปิดเทอมมันว่างมาก จัดไปเลย 8 ภาครวดเดียว ถือว่าคุ้มจะได้รู้สึกถึงความเข้มข้นของหนังที่พูดถึงกันแบบครอบครัว มิตรภาพ และที่สำคัญหนังยังดำเนินเรื่องตัวละครมาตั้งแต่ตอนวัยรุ่นจนถึงยุควัยหนุ่มสาว ใครวาดฝันไว้อยากมีรถแบบนี้ก็ลองไปดูกันได้เลย

5. Train to Busan : ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง
เอาใจผู้หญิงแฟนคลับ กงยู กันบ้างกับหนังเรื่อง Train to Busan หนังซอมบี้สุดมันส์ที่ได้พระเอกแม่เหล็กอย่างกงยูมาแสดงทำเอาบรรดาแฟนคลับต่างกรี๊ดกร๊าดกันถล่มทลาย แต่ไม่ใช่แค่นั้น โดยรวมแล้วหนังถือว่าสนุกมากจริงๆ สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย

6. Harry Potter (ภาค 1- 7.1,7.2) แฮร์รี่ พอตเตอร์
หนังภาคต่อสำหรับคอหนังเวทมนตร์ที่โด่งดังอย่าง แฮรรี่ พอตเตอร์ เอาใจสาวกแฮรี่จัดไปเลยถึง 8 ภาคด้วยกัน เหมาะกับเวลาว่างของน้องๆ ที่ต้องการหาหนังดูในช่วงปิดเทอมจริงๆ

7. Lord of The Ring (ภาค 1-3) อภินิหารแหวนครองพิภพ
แหวนของข้า สมีกอล ประโยคนี้คงคุ้นหูใครหลายคน กับหนังแฟนตาซีที่ยิ่งใหญ่และพูดถึงกันมากในช่วงนั้น ปัจจุบันก็ยังคงพูดถึงกันอยู่ ปิดเทอมนี้ว่างๆก็ไปดูกันเลย 3 ภาค ห้ามพลาดเด็ดขาดกับหนังเรื่องนี้

8. Inception : อินเซ็ปชั่น จิตพิฆาตโลก
หนังเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างถกเถียงกันเกี่ยวกับ Easter Egg ในหนังว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไรกันแน่ ในช่วงปิดเทอมนี้ร่วมไปหาคำตอบกันได้เลย ถ้าพลาดขึ้นมาระวังเปิดเทอมจะเถียงเพื่อนไม่ทันนะ

9. Avengers (ภาค1-2) อเวนเจอร์ส
ปิดท้ายกันด้วยหนังรวมดาวเด่นของซูเปอร์ฮีโร่ก่อนที่จะไปดูกันต่อใน Infinity War ช่วงเดือนเมษา เป็นหนังที่เหมาะกับนักเรียนในช่วงปิดเทอมอย่างแท้จริง เขาว่ากันว่า Marvel คือเจ้าพ่อหนังสำหรับวัยรุ่น ถ้าในช่วงปิดเทอมไม่มีอะไรทำแนะนำลองไปดูกันนะวัยรุ่น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังกักตัวอยู่บ้านยังไง ให้สกิลภาษาอังกฤษเลเวลอัพ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักตัวนานขนาดนี้ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ หาหนังมาฝึกสกิลภาษาอังกฤษกันเถอะ! ใช้เวลาในช่วงกักตัวให้เป็นประโยชน์ โดยการดูหนังนี่แหล่ะ เค้าว่ากันว่าหนังที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ต้องเป็นหนังที่เราชอบมากที่สุดด้วยนะ เพราะอะไรนะเหรอ? เพราะเราจะสามารถดูมันซ้ำ ๆได้ไม่มีเบื่อไงล่ะ แต่ถ้ายังเลือกเรื่องที่จะดูไม่ถูกซักที…วันนี้เราจะมาแนะนำหนังน่าดู เพื่อฝึกภาษาอังกฤษหลายเรื่องด้วยกัน เราคัดมาแล้วว่าเป็นเรื่องที่เวิร์คมาก โดยเริ่มฝึกจากระดับภาษาง่ายๆไปถึงระดับปานกลาง และเรื่องที่เราคัดสรรมาสนุกๆทั้งนั้น มีหลายตอน หลายซีซั่น เอาเป็นว่าดูกันได้เป็นปีเลยทีเดียว ดูเยอะขนาดนี้ ไม่เก่งขึ้นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว มีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. How I Met Your Mother (แบบว่า กว่าพ่อจะเจอแม่)
ระดับภาษา : ง่าย
เรื่องนี้ฮาอย่าบอกใครสำหรับ How I met your mother จัดว่าเป็นซีรีส์ซิทคอมเหมือนกับ Friends แต่จะออกแนวคล้ายๆ กับซิทคอมเรื่องเก๋าของบ้านเราอย่าง “เป็นต่อ” ดูสนุกเพลินๆ ได้ความรู้ ปนเสียงหัวเราะก็ยิ่งทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเราสนุกขึ้นได้
จุดเด่น : เรื่องนี้แอบสอดแทรกวัฒนธรรมสมัยใหม่ และดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งเรื่องของการจีบสาว ออกเดท ความสัมพันธ์ ปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่ได้ดีทีเดียว ภาษาที่เรื่องนี้ใช้ค่อนข้างสมัยใหม่ และเข้าถึงง่าย เพราะเป็นคำที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แถมได้ Slang กับ Idioms อีกเพียบ เช่น High-five , Awesome อะไรแบบนี้ เห็นแบบนี้แล้ว อย่ารอช้าไปโหลดมาดูกันเลย

2. Friends (เฟรนส์)
ระดับภาษา: ง่าย
Most Recommended Series! เลยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฟังและฝึกพูด
เรื่องนี้มีความอมตะ แม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนังแนะนำสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ แม้สีของภาพอาจจะเก่า เจนนิเฟอร์ยังดูสาว ทั้งๆที่ตอนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆก็ตาม สำหรับเรื่องนี้ลองหามาดูแล้วจะงงว่า เห้ย! ทำไมมันฟังง่ายยังงี้น้า ดูเพลินๆ เป็นหนังแนว Comedy ฟังง่ายแถมคลายเครียดอีกต่างหาก ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้คือสุดยอดของซีรีส์แนะนำสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษตลอดกาล
จุดเด่น : ระยะเวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถโฟกัสได้ตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะไม่เข้าใจทุกคำที่นักแสดงพูดก็ตาม ตัวละครที่มีไม่มากเกินไป แต่มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน แถมมีบทพูดเยอะอีกด้วย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อที่เราแนะนำให้เลือกหนัง และซีรีส์จากบทความวิธีการเลือกดูหนังยังไง ให้เก่งอังกฤษในตอนที่แล้ว สังเกตเสียง และสำเนียงการพูดของตัวละครแต่ละตัว คำศัพท์ที่ได้ก็เป็นแนวบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เจอทุกวัน เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ โหว! เห็นแบบนี้ต้องจัดมาดูบ้างแล้วล่ะ

3. Glee (กลี)
ระดับภาษา : ง่าย
ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้เลิศสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกเสียงเป๊ะ สำเนียงเลิศ เรื่องนี้แอบสอนภาษาอังกฤษผ่านการร้องเพลง เก๋อ่ะ! วิธีนี้ทำให้เราสามารถจำประโยค และศัพท์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จัดว่าเป็นเทคนิคขั้นเทพสำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษ สงสัยคงต้องฝึกร้องเพลงดูบ้างแล้ว
จุดเด่น : เรื่องนี้จะช่วยคนที่ต้องการฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง มีการฝึกออกโทนเสียงสูง เสียงต่ำ Intonation เป๊ะเว่อร์! เชื่อว่าหลังดูซีรีส์เรื่องนี้จบ พูดอังกฤษได้อย่างกับจบนอก (เว่อร์ได้อีก) เกือบทุกตอนครูดนตรีจะมาสอนการร้องเพลง รวมถึงการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวละคร ทำให้เราได้ฝึกฝนไปด้วยในตัว เยี่ยมสุด! แถมเพลงในเรื่องนี้หลายเพลงเป็นเพลงดังอีกต่างหาก เก๋แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ

4. The Walking Dead (เดอะวอล์กกิงเดด)
ระดับ: ปานกลาง
แค่ฟังชื่อก็กลัวแล้วอ่ะ แต่บอกเลยนะว่าเรื่องนี้เด็ดสุดๆ ลุ้นทุกวินาที จนแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งเลยทีเดียว จนขอยกให้เรื่องนี้เป็นสุดยอดของซีรีส์ในดวงใจตลอดกาลสำหรับคนชอบดูหนังแนวซอมบี้
จุดเด่น : เนื้อเรื่องดำเนินอย่างเมามันส์ ตื่นเต้น ลุ้นทุกวินาที ชวนติดตาม ดูสนุกๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีพูดอังกฤษเก่งซะละ ที่สำคัญมีบทพูดค่อนข้างเยอะและส่วนมากเป็นบทพูดในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ เพราะเราจะได้ฝึกฟังและเจอโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย พอฟังเยอะก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี สถานการณ์แบบไหนเรื่องนี้มีครบ จะรัก จะเศร้า จะหวาน จะซึ้ง จะอึ้ง ก็ได้หมด โดยเฉพาะสถานการณ์หวาดเสียว วิ่งหนีผีซอมบี้ โอ๊ย! มันส์อ่ะบอกเลยว่า พลาดแล้วจะเสียใจ

5. Once Upon a Time (ณ กาลครั้งหนึ่ง)
ระดับ: ปานกลาง
สำหรับคนที่ชอบแนวนิทานปรัมปรา เทยนิยายแฟนตาซีต้องชอบเรื่องนี้แน่นอน คอนเฟิร์ม! หนังเรื่องนี้เหมือนเอาการ์ตูนวอลส์ ดิสนีย์ และนิทานทางฝรั่งตะวันตกมายำรวมกัน เอาเป็นว่าได้เจอตัวละครที่คุ้นตาสมัยเด็กครบแน่นอน เช่น Snow White สโนวไวท์ , Evil Queen, พินอคคิโอ Pinocchio, ปีเตอร์แพน Peter Pan, หนูน้อยหมวกแดง Red Riding Hood, Robin Hood โรบิ้น ฮู้ด , ครูเอลล่า Cruella ฯลฯ แต่เรื่องราวจะเป็นแบบไหน ใช่แบบที่่เราเคยดูกันตอนเด็กๆรึเปล่าต้องไปดู
จุดเด่น: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย บทสนทนา และคำศัพท์ที่ใช้เป็นคำที่พบบ่อย และที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดูกับแฟนก็ยังได้ นอกจากนี้เราจะมีโอกาสได้รู้ศัพท์ดั้งเดิมของฝั่งตะวันตกอีกต่างหาก เช่น “thy” ที่หมายถึง “your” ในปัจจุบัน ถ้าให้พูดง่ายๆก็คงคล้ายๆ “ของเจ้า” โหว! มีความโบราณ บอกเลยว่าสิ่งที่จะต้องทำตอนนี้คือ นั่งลง พักผ่อน และสนุกไปกับการดูซีรีส์เรื่องนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

6. Lost (อสุรกายดงดิบ)
ระดับ: ปานกลาง
มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า Lost ลองมาดูเรื่องที่มันแมนๆ ตื่นเต้นๆ กันบ้าง เรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องดังในต่างประเทศ พลอตเรื่องน่าสนใจ เปลี่ยนไปในทุกซีซั่น แถมที่สำคัญภาษาพูดไม่ยากเท่าไหร่ อยากดูแล้วอ่ะ
จุดเด่น : เรื่องนี้ดูจบเมื่อไหร่จะทำให้คุณสามารถฟังสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษที่หลากหลาย ฝึกบริหารหูไว้ก่อนได้เลย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ถ้าฟังไม่เข้าใจมาก สำเนียงแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจ ฟังบ่อยๆ จะดีขึ้นเอง มีทั้งสำเนียง อเมริกัน, อังกฤษ, ออสเตรเลียน, หรือแม้กระทั่ง สก๊อตติชยังมี แต่ที่เด็ดกว่าคงเป็นคำศัพท์ก็หลากหลาย ครอบคลุมในทุกสถานการณ์ ใครอยากฝึกสำเนียงไหน ลองมาดูเรื่องนี้ก่อนเลย อิอิ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com