กักบริเวณอยู่บ้าน คนไม่มีคนรักจะต้องไม่หงอยเหงา เพราะเหตุว่าพวกเรามีหนังเป็นเพื่อน

เชิญชวนคนไม่มีคู่รักมา ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกัน ตอนกักบริเวณวัววิดอย่างนี้ คนไม่มีคู่รักแบบพวกเราจำเป็นต้องไม่หงอยเหงา (เฉือนน้ำตา) ถ้าหากมีคู่ในช่วงกักบริเวณอย่างงี้คงดีไม่น้อย! แม้กระนั้นสำหรับคนไม่มีคู่ทั้งหลายแหล่ไม่ต้องเศร้าใจไป ด้วยเหตุว่าวันนี้ พวกเรามีหนังรักสำหรับคนไม่มีคู่รัก มองออนไลน์สบายๆอยู่บ้านมาฝากกัน ปีต่อไปฟ้าใหม่หวังดวงใจว่าจำต้องพบผู้ที่ใช่อย่างแน่แท้ แต่ว่าปีนี้ให้หนังอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาหงอยไปก่อนนะ

Single Lady / ด้วยเหตุว่าเคยมีคู่รัก (2015)
ขนาดอั้ม พัชราภายังไม่มีคู่ นับประสาอะไรกับเราประชากรตาดำๆ“Single Lady เนื่องจากเคยมีคนรัก” บอกเล่าเรื่องราวของ “ไบรท์” สาวสวยสุดเพอร์เฟคที่บังเอิญไปดูแพทย์แล้วโดนทักว่าเพราะว่าอะไรบางอย่างในอดีตกาลที่ทำให้คุณจำเป็นต้องไม่มีคู่ครองอยู่อย่างงี้ ไบรท์ก็เลยจำเป็นต้องกลับไปตามหาคนรักเก่าอีกทั้ง 5 คนเพื่อสะสางปัญหาอะไรบางอย่างให้ครบ

Bangkok Traffic Love Story / รถไฟฟ้า มาหานะคุณ (2009)
เป็นหนังที่ให้กำลังใจคนไม่มีแฟนว่าพวกเราจำเป็นต้องพบผู้ที่ใช่เข้าวันใดวันหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับ “รถไฟฟ้า มาหานะคุณ” ที่พูดถึง “เหมยลี่” สาวโสดวัย 30 ที่จะต้องทนกับเรื่องเพื่อนฝูงในกรุ๊ปสมรสไปซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งวันนึงคุณได้ทราบจะกับ “คุณลุง” วิศวกรซ่อมแซมรถไฟฟ้าด้วยความบังเอิญ เหมยลี่รู้สึกว่านี่เป็นจังหวะท้ายที่สุดที่คุณจะได้ลงจากคานท่ามกลางความแตกต่างของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแล้วก็เวลาทำงานที่คุณจำเป็นต้องพบเจอ

Her / คุณ…หวานใจ (2013)
เป็นหนังรักที่พลอตแปลกประหลาดแถมกับโลกเดี๋ยวนี้แบบสุดๆเมื่อ “ธีโอดอร์” ตัวนำของเรื่องได้หลงเสน่ห์หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ซึ่ง Her คนนี้ไม่ใช่เพศหญิงสุดงามแวววาวเสน่ห์ไหนแม้กระนั้นคุณเป็นระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์ที่เขาใช้อยู่แต่ละวันนั่นเอง เพียงแค่พลอตคู่รักกับระบบปฏิบัติก็ไม่ทราบจะทายใจตอนสุดท้ายอย่างไรแล้ว!!

The Lobsters / ไม่มีคู่หงอยเหงาเป็นล็อบสเตอร์ (2015)
เพียงแค่ชื่อก็ระลึกถึงเมนูอาหารสุดวิจิตรตระการตาอย่างกุ้งล็อบสเตอร์แล้ว โดย The Lobsters บอกเล่าเรื่องราวของสมัยอนาคตที่การไม่มีคู่ครองแปลงเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งถ้าเกิดคนไหนกันที่ไม่มีแฟนนานเกิน 45 วัน เขาคนนั้นก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสัตว์ไปตลอดไป

(500) days of summer / ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเลือนคุณ (2009)
ราวกับจะเที่ยงธรรมเนียมไปแล้วว่าคนหงอยเหงาจำเป็นต้องมอง (500) days of summer โดยข้างในหนังประเด็นนี้จะบอกเล่าเรื่องราวความรักอีกทั้ง 500 วันของนายทอมกับนางสาวซัมเมอร์ ตั้งแต่ก่อนพบกัน จีบกัน รักกัน ไปจนกระทั่งทะเลาะกัน รับประกันมองจบแล้วจำต้องคิดบางอย่างได้อย่างแน่แท้

Sexphone / คลื่นเหงาหงอย สาวข้างบ้าน (2003)
สำหรับผู้คนที่เติบโตมาในตอนคลื่นวิทยุรุ่งโรจน์อาจจะเคยชินกับการขอเพลงหรือเสวนาเปลี่ยนประสบการณ์ทางหน้าไมค์กับนักจัดรายการวิทยุอยู่ไม่น้อย โดย “Sexphone คลื่นเหงาหงอย สาวข้างบ้าน” พูดถึงเรื่องราวของ “ซุกซน” แล้วก็ “เจ” สองเพื่อนบ้านที่มีเรื่องมีราวราวขัดแย้งอยู่เป็นประจำ กระทั่งเหตุบังเอิญในคลื่นวิทยุที่ทำให้พวกเขาจำต้องมาคุยกันถูกคอแบบบังเอิญโดยที่ไม่เคยรู้ว่าตัวจริงเป็นคนใดกัน

Dear Dakanda / คู่หู (2005)
มั่นใจว่า ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจะต้องเคยแอบชอบคู่หูกันอย่างไม่ต้องสงสัย โดย “คู่หู” หนังรักจากค่าย GTH ที่ได้แรงจูงใจมาจากบทกลอนเรื่อง “กล่องไปรษณีย์สีแดง” บอกเล่าเรื่องราวของสองเพื่อนเกลออย่าง “ไข่ห้อย” แล้วก็ “ดากานดา” ที่หลงรักคู่หูแบบไม่รู้ตัว ตอนกักบริเวณนี้ต้องหามาดูให้ได้นะ ประเด็นนี้สนุกสนานมากมายเลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนะนำหนังน่าดู สำหรับน้องๆนักเรียน ในช่วงปิดเทอมลากยาว 2563

ปิดเทอมนานหลายเดือน ใครเบื่อบ้าง ยกมือขึ้น! ดูหนังออนไลน์ วันนี้เราจะมาชวนน้องๆเปิด เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังออนไลน์อยู่บ้านแก้เบื่อในช่วงปิดเทอมลากยาวแบบนี้ ทั้งเหงาทั้งเซ็งกันมากๆเลย ใช่มั้ยล่ะ นอกจากเทศกาลสงกรานต์จะถูกยกเลิกแล้ว ในปี 2563 นี้ เรียกได้ว่าเป็นปีที่มีช่วงปิดเทอมยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ทำท่าว่าจะอยู่อีกนาน ทำให้ปิดเทอมนี้น้อง ๆ หลายคนมีเวลาว่างมากขึ้นเป็นกอง แถมยังออกไปไหนไม่ได้ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน วันนี้ทางเราขอนำเสนอ หนังออนไลน์น่าดูในช่วงปิดเทอมยาวให้ได้ดูแบบจุกๆแก้เบื่อกัน จะมีเรื่องอะไรกันบ้างมาติดตามกันได้เลย

1. SuckSeed ห่วยขั้นเทพ
ประเดิมด้วยหนังไทยของค่าย GTH เป็นหนังที่ว่าด้วยกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการหาอะไรทำในช่วงวัยเรียนจนได้มาพบกับสิ่งที่ชอบ นั่นก็คือ ดนตรี ซึ่งมาพร้อมกับความรักในวัยหนุ่มสาว ที่จะทำให้นักเรียนในช่วงปิดเทอมต่างฝันหวานไปตามๆกัน อีกทั้งยังมีนักร้องเพลงร็อคที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นมาปรากฏตัวในหนังอีกเยอะแยะมากมาย หนังจะสนุกขนาดไหนลองไปหากันดูได้เลยจ้า

2.Ironman (ภาค 1-3) มหาประลัยคนเกราะเหล็ก
มาต่อกันด้วยหนังของค่ายซูเปอร์ฮีโร่กันบ้าง เมื่อเราปิดเทอมเวลาว่างก็จะเยอะจนไม่รู้จะทำอะไร ทางเราจึงคิดได้ว่า นักเรียนคงต้องชอบไลฟ์สไตล์และอุปลักษณะนิสัยการใช้ชีวิตของ Tony Stark แน่นอน และแนะนำให้ดู 3 ภาครวดไปเลย

3. Pirate of The Carribian (ภาค 1-5) ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน
หนังว่าด้วยโจรสลัดที่คาแรกเตอร์เป็นที่น่าจดจำจนตราตรึงใจหลายๆคน ในช่วงปิดเทอมนี้แนะนำว่าดูไปเลย 5 ภาครวด แล้วน้องๆ จะต้องรู้สึกสนุกกับความกวนของ Jack Sparrow ในหนังอย่างแน่นอน

4. Fast and Furious (ภาค 1-8) ฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส
เอาใจคนที่ชื่นชอบรถซิ่ง หรือชื่นชอบในการแต่งรถ ขอแนะนำ Fast and Furious ทั้ง 8 ภาค ในเมื่อปิดเทอมมันว่างมาก จัดไปเลย 8 ภาครวดเดียว ถือว่าคุ้มจะได้รู้สึกถึงความเข้มข้นของหนังที่พูดถึงกันแบบครอบครัว มิตรภาพ และที่สำคัญหนังยังดำเนินเรื่องตัวละครมาตั้งแต่ตอนวัยรุ่นจนถึงยุควัยหนุ่มสาว ใครวาดฝันไว้อยากมีรถแบบนี้ก็ลองไปดูกันได้เลย

5. Train to Busan : ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง
เอาใจผู้หญิงแฟนคลับ กงยู กันบ้างกับหนังเรื่อง Train to Busan หนังซอมบี้สุดมันส์ที่ได้พระเอกแม่เหล็กอย่างกงยูมาแสดงทำเอาบรรดาแฟนคลับต่างกรี๊ดกร๊าดกันถล่มทลาย แต่ไม่ใช่แค่นั้น โดยรวมแล้วหนังถือว่าสนุกมากจริงๆ สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย

6. Harry Potter (ภาค 1- 7.1,7.2) แฮร์รี่ พอตเตอร์
หนังภาคต่อสำหรับคอหนังเวทมนตร์ที่โด่งดังอย่าง แฮรรี่ พอตเตอร์ เอาใจสาวกแฮรี่จัดไปเลยถึง 8 ภาคด้วยกัน เหมาะกับเวลาว่างของน้องๆ ที่ต้องการหาหนังดูในช่วงปิดเทอมจริงๆ

7. Lord of The Ring (ภาค 1-3) อภินิหารแหวนครองพิภพ
แหวนของข้า สมีกอล ประโยคนี้คงคุ้นหูใครหลายคน กับหนังแฟนตาซีที่ยิ่งใหญ่และพูดถึงกันมากในช่วงนั้น ปัจจุบันก็ยังคงพูดถึงกันอยู่ ปิดเทอมนี้ว่างๆก็ไปดูกันเลย 3 ภาค ห้ามพลาดเด็ดขาดกับหนังเรื่องนี้

8. Inception : อินเซ็ปชั่น จิตพิฆาตโลก
หนังเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างถกเถียงกันเกี่ยวกับ Easter Egg ในหนังว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไรกันแน่ ในช่วงปิดเทอมนี้ร่วมไปหาคำตอบกันได้เลย ถ้าพลาดขึ้นมาระวังเปิดเทอมจะเถียงเพื่อนไม่ทันนะ

9. Avengers (ภาค1-2) อเวนเจอร์ส
ปิดท้ายกันด้วยหนังรวมดาวเด่นของซูเปอร์ฮีโร่ก่อนที่จะไปดูกันต่อใน Infinity War ช่วงเดือนเมษา เป็นหนังที่เหมาะกับนักเรียนในช่วงปิดเทอมอย่างแท้จริง เขาว่ากันว่า Marvel คือเจ้าพ่อหนังสำหรับวัยรุ่น ถ้าในช่วงปิดเทอมไม่มีอะไรทำแนะนำลองไปดูกันนะวัยรุ่น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังกักตัวอยู่บ้านยังไง ให้สกิลภาษาอังกฤษเลเวลอัพ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักตัวนานขนาดนี้ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ หาหนังมาฝึกสกิลภาษาอังกฤษกันเถอะ! ใช้เวลาในช่วงกักตัวให้เป็นประโยชน์ โดยการดูหนังนี่แหล่ะ เค้าว่ากันว่าหนังที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ต้องเป็นหนังที่เราชอบมากที่สุดด้วยนะ เพราะอะไรนะเหรอ? เพราะเราจะสามารถดูมันซ้ำ ๆได้ไม่มีเบื่อไงล่ะ แต่ถ้ายังเลือกเรื่องที่จะดูไม่ถูกซักที…วันนี้เราจะมาแนะนำหนังน่าดู เพื่อฝึกภาษาอังกฤษหลายเรื่องด้วยกัน เราคัดมาแล้วว่าเป็นเรื่องที่เวิร์คมาก โดยเริ่มฝึกจากระดับภาษาง่ายๆไปถึงระดับปานกลาง และเรื่องที่เราคัดสรรมาสนุกๆทั้งนั้น มีหลายตอน หลายซีซั่น เอาเป็นว่าดูกันได้เป็นปีเลยทีเดียว ดูเยอะขนาดนี้ ไม่เก่งขึ้นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว มีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. How I Met Your Mother (แบบว่า กว่าพ่อจะเจอแม่)
ระดับภาษา : ง่าย
เรื่องนี้ฮาอย่าบอกใครสำหรับ How I met your mother จัดว่าเป็นซีรีส์ซิทคอมเหมือนกับ Friends แต่จะออกแนวคล้ายๆ กับซิทคอมเรื่องเก๋าของบ้านเราอย่าง “เป็นต่อ” ดูสนุกเพลินๆ ได้ความรู้ ปนเสียงหัวเราะก็ยิ่งทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเราสนุกขึ้นได้
จุดเด่น : เรื่องนี้แอบสอดแทรกวัฒนธรรมสมัยใหม่ และดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งเรื่องของการจีบสาว ออกเดท ความสัมพันธ์ ปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่ได้ดีทีเดียว ภาษาที่เรื่องนี้ใช้ค่อนข้างสมัยใหม่ และเข้าถึงง่าย เพราะเป็นคำที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แถมได้ Slang กับ Idioms อีกเพียบ เช่น High-five , Awesome อะไรแบบนี้ เห็นแบบนี้แล้ว อย่ารอช้าไปโหลดมาดูกันเลย

2. Friends (เฟรนส์)
ระดับภาษา: ง่าย
Most Recommended Series! เลยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฟังและฝึกพูด
เรื่องนี้มีความอมตะ แม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนังแนะนำสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ แม้สีของภาพอาจจะเก่า เจนนิเฟอร์ยังดูสาว ทั้งๆที่ตอนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆก็ตาม สำหรับเรื่องนี้ลองหามาดูแล้วจะงงว่า เห้ย! ทำไมมันฟังง่ายยังงี้น้า ดูเพลินๆ เป็นหนังแนว Comedy ฟังง่ายแถมคลายเครียดอีกต่างหาก ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้คือสุดยอดของซีรีส์แนะนำสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษตลอดกาล
จุดเด่น : ระยะเวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถโฟกัสได้ตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะไม่เข้าใจทุกคำที่นักแสดงพูดก็ตาม ตัวละครที่มีไม่มากเกินไป แต่มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน แถมมีบทพูดเยอะอีกด้วย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อที่เราแนะนำให้เลือกหนัง และซีรีส์จากบทความวิธีการเลือกดูหนังยังไง ให้เก่งอังกฤษในตอนที่แล้ว สังเกตเสียง และสำเนียงการพูดของตัวละครแต่ละตัว คำศัพท์ที่ได้ก็เป็นแนวบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เจอทุกวัน เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ โหว! เห็นแบบนี้ต้องจัดมาดูบ้างแล้วล่ะ

3. Glee (กลี)
ระดับภาษา : ง่าย
ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้เลิศสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกเสียงเป๊ะ สำเนียงเลิศ เรื่องนี้แอบสอนภาษาอังกฤษผ่านการร้องเพลง เก๋อ่ะ! วิธีนี้ทำให้เราสามารถจำประโยค และศัพท์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จัดว่าเป็นเทคนิคขั้นเทพสำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษ สงสัยคงต้องฝึกร้องเพลงดูบ้างแล้ว
จุดเด่น : เรื่องนี้จะช่วยคนที่ต้องการฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง มีการฝึกออกโทนเสียงสูง เสียงต่ำ Intonation เป๊ะเว่อร์! เชื่อว่าหลังดูซีรีส์เรื่องนี้จบ พูดอังกฤษได้อย่างกับจบนอก (เว่อร์ได้อีก) เกือบทุกตอนครูดนตรีจะมาสอนการร้องเพลง รวมถึงการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวละคร ทำให้เราได้ฝึกฝนไปด้วยในตัว เยี่ยมสุด! แถมเพลงในเรื่องนี้หลายเพลงเป็นเพลงดังอีกต่างหาก เก๋แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ

4. The Walking Dead (เดอะวอล์กกิงเดด)
ระดับ: ปานกลาง
แค่ฟังชื่อก็กลัวแล้วอ่ะ แต่บอกเลยนะว่าเรื่องนี้เด็ดสุดๆ ลุ้นทุกวินาที จนแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งเลยทีเดียว จนขอยกให้เรื่องนี้เป็นสุดยอดของซีรีส์ในดวงใจตลอดกาลสำหรับคนชอบดูหนังแนวซอมบี้
จุดเด่น : เนื้อเรื่องดำเนินอย่างเมามันส์ ตื่นเต้น ลุ้นทุกวินาที ชวนติดตาม ดูสนุกๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีพูดอังกฤษเก่งซะละ ที่สำคัญมีบทพูดค่อนข้างเยอะและส่วนมากเป็นบทพูดในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ เพราะเราจะได้ฝึกฟังและเจอโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย พอฟังเยอะก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี สถานการณ์แบบไหนเรื่องนี้มีครบ จะรัก จะเศร้า จะหวาน จะซึ้ง จะอึ้ง ก็ได้หมด โดยเฉพาะสถานการณ์หวาดเสียว วิ่งหนีผีซอมบี้ โอ๊ย! มันส์อ่ะบอกเลยว่า พลาดแล้วจะเสียใจ

5. Once Upon a Time (ณ กาลครั้งหนึ่ง)
ระดับ: ปานกลาง
สำหรับคนที่ชอบแนวนิทานปรัมปรา เทยนิยายแฟนตาซีต้องชอบเรื่องนี้แน่นอน คอนเฟิร์ม! หนังเรื่องนี้เหมือนเอาการ์ตูนวอลส์ ดิสนีย์ และนิทานทางฝรั่งตะวันตกมายำรวมกัน เอาเป็นว่าได้เจอตัวละครที่คุ้นตาสมัยเด็กครบแน่นอน เช่น Snow White สโนวไวท์ , Evil Queen, พินอคคิโอ Pinocchio, ปีเตอร์แพน Peter Pan, หนูน้อยหมวกแดง Red Riding Hood, Robin Hood โรบิ้น ฮู้ด , ครูเอลล่า Cruella ฯลฯ แต่เรื่องราวจะเป็นแบบไหน ใช่แบบที่่เราเคยดูกันตอนเด็กๆรึเปล่าต้องไปดู
จุดเด่น: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย บทสนทนา และคำศัพท์ที่ใช้เป็นคำที่พบบ่อย และที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดูกับแฟนก็ยังได้ นอกจากนี้เราจะมีโอกาสได้รู้ศัพท์ดั้งเดิมของฝั่งตะวันตกอีกต่างหาก เช่น “thy” ที่หมายถึง “your” ในปัจจุบัน ถ้าให้พูดง่ายๆก็คงคล้ายๆ “ของเจ้า” โหว! มีความโบราณ บอกเลยว่าสิ่งที่จะต้องทำตอนนี้คือ นั่งลง พักผ่อน และสนุกไปกับการดูซีรีส์เรื่องนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

6. Lost (อสุรกายดงดิบ)
ระดับ: ปานกลาง
มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า Lost ลองมาดูเรื่องที่มันแมนๆ ตื่นเต้นๆ กันบ้าง เรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องดังในต่างประเทศ พลอตเรื่องน่าสนใจ เปลี่ยนไปในทุกซีซั่น แถมที่สำคัญภาษาพูดไม่ยากเท่าไหร่ อยากดูแล้วอ่ะ
จุดเด่น : เรื่องนี้ดูจบเมื่อไหร่จะทำให้คุณสามารถฟังสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษที่หลากหลาย ฝึกบริหารหูไว้ก่อนได้เลย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ถ้าฟังไม่เข้าใจมาก สำเนียงแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจ ฟังบ่อยๆ จะดีขึ้นเอง มีทั้งสำเนียง อเมริกัน, อังกฤษ, ออสเตรเลียน, หรือแม้กระทั่ง สก๊อตติชยังมี แต่ที่เด็ดกว่าคงเป็นคำศัพท์ก็หลากหลาย ครอบคลุมในทุกสถานการณ์ ใครอยากฝึกสำเนียงไหน ลองมาดูเรื่องนี้ก่อนเลย อิอิ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ข้อคิดเตือนใจดีๆไอเดียเด่นๆ จาก 5 หนังที่ให้ข้อคิดเตือนใจสู่โลกธุรกิจของคุณ

ดูหนังออนไลน์ ในตอนกักบริเวณแบบงี้คงจะตรงเวลาให้คนอีกจำนวนไม่น้อย ได้ใช้เวลาพักและไม่แน่ครั้งคราวการดูหนังของหลายท่านก็อาจส่งผลให้ปิ้งไอเดียต่อยอดทางความคิดดีๆขึ้นมาก็ได้ เหตุเพราะหนังหลายๆเรื่องยังแทรกสอดข้อคิดเตือนใจแล้วก็มุมมองสำหรับในการดำเนินชีวิต รวมทั้งบางครั้งบางคราวความคิดดีๆที่ไม่คาดคิดจากเพียงแค่ดูหนังเพียงแค่หนึ่งเรื่อง เช่นหนังที่พวกเราจะมานำเสนอเพื่อนฝูงๆต่อแต่นี้ไปนอกเหนือจากการที่จะให้ความบันเทิงและก็ความบรรเทาแล้ว ยังแทรกสอดข้อคิดเตือนใจแล้วก็มุมมองสำหรับเพื่อการดำรงชีวิตข้อคิดเตือนใจสู่โลกธุรกิจ รวมทั้งบางเวลาความคิดดีๆด้วย ลองมองกันว่าในมุมของคนทำมาค้าขายนั้น มีเรื่องมีราวใดบ้างซึ่งสามารถเป็นแถวบางสำหรับเพื่อการทำธุรกิจได้

1. Joy : คุณสู้เพื่อฝัน
สร้างขึ้นจากข้อเท็จจริงของ Joy Mangano จากสมัยก่อนแม่บ้านนักคิดค้นสู่ผู้ครอบครองอาณาจักรพันล้าน คนไม่ใช่น้อยบางทีอาจไม่คุ้นกับชื่อของคุณนัก แต่ว่าหากกล่าวถึงสิ่งที่ทำให้คุณบรรลุผลสำเร็จแล้วก็แปลงชีวิตของคุณไปตลอดไปนั้นเป็น “Miracle Mob” หรือไม้ถูพื้นน่าพิศวง มั่นใจว่าหลายๆบ้านอาจจะต้องมีใช้กัน ประดิษฐกรรมที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อไขปัญหาสำหรับการชำระล้างบ้านที่เหล่าแม่บ้านรวมทั้งคนอีกหลายคนจะต้องเผชิญ หนังเล่าของหน้าจอยในสมัยทศวรรษ 1990 ที่ชีวิตมิได้โรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ การต่อสู้ดิ้นรนกับเรื่องข้างในและก็ด้านนอกบ้าน เป็นแรงกระตุ้นให้คุณมีความตั้งใจจริง ต่อสู้เพื่อความฝัน ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา
ข้อคิดเตือนใจสู่โลกธุรกิจ : ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นับว่าเป็นอาวุธที่สำคัญสำหรับเพื่อการทำธุรกิจ บางครั้งบางคราวธุรกิจไม่มีความจำเป็นที่ต้องคิดให้ยาก จุดเริ่มอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะการจัดการปัญหา ยิ่งขจัดปัญหาให้ผู้คนได้มากเท่าใด ผลตอบแทนก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย สิ่งจำเป็นที่ควรจะจุดโฟกัสเป็นวัตถุประสงค์ ไม่ใช่ปัญหา

2. The intern : ดิ อินเทิร์น โก๋เก๋ากับบอสสวย
เกี่ยวกับเรื่องของ “เบน” ชายวัยปลดเกษียณที่รู้สึกเบื่อกับการใช้ชีวิตแบบเดิมๆในวันแล้ววันเล่า แต่ว่าแล้ววันหนึ่งที่เขาตกลงใจสมัครงานในตำแหน่งบุคลากรฝึกการทำงานอาวุโสที่บริษัทขายเสื้อผ้าออนไลน์ ซึ่งมี “จูลส์” เป็นประธานสาวอายุยงน้อยที่เป็นคนรุ่นหลังไฟแรง มุ่งมั่นรวมทั้งเอาจริงเอาจังกับการทำงาน ก็ได้พบว่าหลักการทำงานในตอนนี้ไม่เหมือนกับเดิมออกจะมากมาย แต่ว่าด้วยประสบการณ์ที่สะสมมานานทำให้เบนสามารถปรับนิสัยได้แม้กระนั้นยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของคนทำงานในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวด้วยชุดสูทแบบเต็มยศ กระเป๋าใส่เอกสาร เว้นเสียแต่ความต่างในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานแล้ว หนังยังสะท้อนให้มองเห็นมุมมองสำหรับการจัดการกับปัญหาและก็การใช้ชีวิตที่ต่างกัน หลายครั้งเรื่องหมูๆๆบางสิ่งที่พวกเราละเลยไป บางทีอาจเกิดเรื่องใหญ่ของคนไหนอีกคนก็เป็นไปได้
แง่คิดสู่โลกธุรกิจ : การจัดการจัดแจงชีวิตเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยกว่าการทำงานการสนใจในเนื้อหาน้อย สามารถสร้างไม่เหมือนกันและก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดราคาได้ แรงกดดันเป็นสิ่งที่ทุกคนจำต้องพบ ต้องศึกษาที่จะหาวิธีจัดแจง

3. Chef : เชฟจ้ะ
คาร์ล แคสเปอร์ เชฟมากมายประสบการณ์ ดำเนินงานในห้องอาหารแห่งหนึ่งซึ่งหลายครั้งที่การนำเสนอรายการอาหารของเขา ไม่เป็นไปตามที่เถ้าแก่อยากสักเท่าไหร่ ทั้งยังยังบังเอิญไปต่อปากหลากคำในทวิตเตอร์กับนักวิพากษ์วิจารณ์ของกินมีชื่อเสียง กระทั่งแปลงเป็นเรื่องสำคัญโต ทำให้เขาตกลงใจลาออกจากงาน เหตุนี้เขาก็เลยหาแนวทางสำหรับในการกู้เกียรติศักดิ์อีกทีโดยทำของกินเรียบง่ายอย่าง Cuban sandwich ขายบนรถบรรทุกเคลื่อน กระทั่งในที่สุดก็มีห้องอาหารของตนในแบบที่ใฝ่ฝัน ความเคลื่อนไหวคราวนี้นอกเหนือจากที่จะได้ปรุงอาหารในแบบที่ตัวเองชอบแล้ว ยังมีผลให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ห่างเหินนั้นกลับมามีความสนิทสนมกันอีกทีหนึ่ง
ข้อคิดเตือนใจสู่โลกธุรกิจ : กระบวนการทำธุรกิจนอกจากความพอใจรวมทั้งความสามารถ ความเพลิดเพลินก็เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำให้ธุรกิจมองสดชื่น ความรับผิดชอบต่อลูกค้า นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและไม่ควรจะไม่ให้ความสนใจ การยินยอมรับในจุดบกพร่องอย่างไม่อ้อมค้อม และก็หาทางปรับปรุงแก้ไขเป็นเรื่องที่ควรทำ ทุกทุกการบรรลุผลย่อมมีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่นึกไม่ถึงเสมอ หลายครั้งที่ปัญหามาบั่นทอนกำลังจนกระทั่งกำเนิดความหมดกำลังใจในใจ หมดเกลี้ยงเรี่ยวแรงที่จะไปต่อ เลื่อมใสรวมทั้งความเป็นจริงเป็นจัง รวมทั้งการคิดแก้ปัญหาอย่างมีสติสัมปชัญญะ จะแปลงทุกปัญหาเป็นบทเรียนที่มีค่าเสมอ

4. The founder : ต้องการมั่งคั่ง จำต้องเหนือเกม
เมื่อกล่าวถึงแมคโดนัลด์ อย่างแรกที่คิดถึงอาจจะหนี้สินไม่พ้นเจ้าตัวตลกโปกฮาอิริยาบถอารมณ์เบิกบาน แม้กระนั้นกว่าจะมาเป็นแมคโดนัลด์อย่างตอนนี้จำต้องผ่านกับอะไรมาบ้าง เรย์ คร็อก เซลล์แมนผู้มีความทะยานอยากสูง ไม่สนใจว่าจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนกับอะไรเพื่อได้มาในความจำเป็น วันหนึ่งได้ได้โอกาสได้ทราบจะกับสองลูกพี่ลูกน้องแม็ค รวมทั้ง ดิ๊ค แมคโดนัลด์ เถ้าแก่เบอร์เกอร์ที่มีระบบระเบียบการจัดการร้านค้าได้อย่างน่าทึ่งสำหรับสมัยนั้น เมื่อเห็นจังหวะสำหรับเพื่อการทำเงิน เรย์ก็เลยอุตสาหะชักนำให้ขยายสาขา ซึ่งอุดมการณ์รวมทั้งจุดมุ่งหมายไม่สอดคล้องกับสิ่งลำดับที่สองญาติต้องการจะให้เป็น แม้กระนั้นกระทั่งสุดท้ายนั้นเรย์ก็ได้เป็นเจ้าของแมคโดนัลด์แล้วก็ขยายแฟรนไชส์จนถึงทำให้เปลี่ยนเป็นห้องอาหารอาหารจานด่วนมีสาขามากมายอย่างที่มองเห็นในขณะนี้
แง่คิดสู่โลกธุรกิจ : ความทะยานอยากนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าควรจะอยู่ในความถูกต้องชัดเจนและก็เป็นธรรม ในโลกของธุรกิจบางทีอาจกำเนิดสิ่งที่ไม่คาดคิดได้เสมอ ควรจะคิดแผนและก็เตรียมตัวสำหรับการต่อกร การขยายธุรกิจด้วยแบบแฟรนไชส์ ทำให้ขยายกิจการได้เร็ว แล้วก็เป็นธุรกิจแบบ win-win

5. The hidden figures : กลุ่มเงาอัจฉริยะ
สร้างขึ้นมาจากความจริงที่ไม่เคยมีการบอกกล่าวมาก่อน ของสามสาวผิวสีสถานที่สำหรับทำงานในหน่วยงานNASA คนที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในเบื้องหน้าเบื้องหลังการบรรลุเป้าหมายของหน่วยงาน หนังถ่ายทอดข้อความสำคัญระหว่างคนขาวกับผิวสี มองเห็นได้จากการแยกใช้ส้วมอย่างเห็นได้ชัด และก็ของใช้ของสอยอื่นๆรวมทั้งสิทธิความเสมอภาคกันทางเพศ ซึ่งนักแสดงทั้งยังสามจำต้องทรหดอดทนดิ้นรนฝ่าฟัน แล้วก็พิสูจน์ความรู้ความเข้าใจเพื่อเป็นที่ยอมรับรวมทั้งได้มาซึ่งความเป็นธรรมในฐานะที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ
แง่คิดสู่โลกธุรกิจ : ความทรหดอดทนแล้วก็ความแข็งแกร่งจะนำมาซึ่งการบรรลุเป้าหมาย การบรรลุเป้าหมายสำหรับในการดำเนินการเป็นกลุ่ม บางโอกาสจำเป็นต้องตัดอคติบางสิ่งทิ้งไป แล้วก็จุดโฟกัสไปที่เป้าหมายเดียวกันความฝันเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การคุ้มครองป้องกันอย่าให้ข้อตกลงใดใดมาเป็นปัญหาต่อการบรรลุเป้าหมาย

คืออะไรกันบ้างขากับแง่คิดสู่โลกธุรกิจจากหนัง 5 เรื่อง ‘’มองละครย้อนดูตัว ดูหนังมองภาพยนตร์ ย้อนกลับมามองธุรกิจของพวกเรา’’ วันนี้พวกเราเต็มแค่ไหน ได้นำอะไรใหม่ๆมาใส่ไว้ในธุรกิจพวกเราหรือยัง บริหารจัดแจงธุรกิจดีหรือยัง ทรหดอดทนเพียงพอหรือยัง ถ้าหากยังไม่เต็มใบ ขอให้เพิ่มมันให้เต็มด้วยหัวใจของผู้ประกอบธุรกิจกัน เอาใจช่วยนะคะ ขอให้ทุกคนประสบผลสำเร็จ ต้องอย่าท้อสู้ๆ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อล่วงเลยความทุกข์ใจที่ช่วง

คนไหนกันแน่กำลังหา ดูหนังออนไลน์ ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากเชื้อไวรัสวัววิดอย่างงี้ ต้องตามมาทางนี้ ด้วยเหตุว่าพวกเราจะมาเชิญชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งอาจจะเคยได้ฟังคำพูดสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุนี้ หลายๆครั้งการศึกษาถึงแนวทางของการแก้ไขปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตนเองได้ แล้วก็ในในที่สุด หากแม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องบางครั้งก็อาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แต่ว่าขั้นต่ำพวกเราก็มั่นใจว่าช่วงของหนังที่มีประเด็นด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนสุดท้าย จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นอาจไม่มีผู้ใดเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว โน่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว และก็ข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังหัวข้อนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งหมดทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะบกพร่องจนกระทั่งคุณกล่าวว่า นี่แหละ นี่เป็นตอนจบของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณเพียงแค่เริ่ม คิดคำนวณ ไขปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ไขปัญหาถัดไป และก็ถัดไป เมื่อคุณไขปัญหาได้มากเพียงพอ ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับไปอยู่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเหงาในใจของ ฮิโรโกะ วาตาที่นาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณทดลองเขียนถึงผัวของตนเองที่พึ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ สตรีที่ชื่อและก็ชื่อสกุลเช่นเดียวกับชายคู่รักของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่เค้าหน้าแบบเดียวกันเช่นเดียวกันกับแฝดได้มาพบกัน ความลับในอดีตกาลที่หลบซ่อนอยู่ด้านในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็เบาๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวผ่านความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแสงตะวันจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้จะต้องฝ่าฟันขวากหนามเยอะมากที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนกระทั่งกับจำต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นราวกับความสำราญเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะโศกสลดแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าแม้พวกเรามองหาความสำราญที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นราวกับแสงสว่างดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในช่วงเวลาค่ำคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืมเลือน
หากพวกเราลืมความเจ็บได้ คงดีไม่น้อย แม้กระนั้นในชีวิตจริงไม่มีผู้ใดลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล บาริช ชายที่ลบความจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา รวมทั้งความเจ็บไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความเกี่ยวเนื่อง แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองแก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความเกี่ยวเนื่องถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ผู้ชายผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งแรงกระตุ้นอะไรก็แล้วแต่สำหรับในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนซี้คู่กาย เริ่มเชื้อเชิญเขาไปทำอะไรบันเทิงใจๆมุทะลุสารพัน ก่อนที่จะโน่นจะแปลงเป็นแง่คิดสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมากาลครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปเพราะเหตุไร การออกไปดำเนินชีวิตให้สนุกสนานสุดฤทธิ์สุดเดชตามใจฉัน อาจคือคำว่าชีวิตได้ดียิ่งไปกว่าการนั่งถอนใจรอคอยความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้
เพราะเหตุว่าบางเวลาคุณอาจจะไม่สบายใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งนี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้ ชายหนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว หงอยเหงา รวมทั้งเงียบมาก จนตราบเท่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าตามที่เป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพึงพอใจ กลับกลายความทุกข์ทรมานที่เขาก้มตัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองวัยรุ่น โนอาห์รวมทั้งอัลลี ที่ได้หลงรักกันอย่างหมดหัวใจ กลับจำเป็นต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก กระทั่งทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องแยกจากกัน ก่อนที่จะถัดมาทั้งสองได้กลับมาเจอะกันอีกรอบ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลทดแทน เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความทุกข์ใจที่คลุมเครือ ซึ่งผู้คนจำนวนมากมักเรียกว่า ‘ความมุ่งมาด’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยปั่นป่วนหัวใจปึ้ก
นี่คงจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ใจสะดุดใจรวมทั้งสะดุดตาพวกเราสูงที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยรุ่นประหม่าที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมแล้วก็แพทริก สหายกรุ๊ปแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่เบิกบานใจอีกที เด็กวัยรุ่นทั้งหลายแหล่ทำให้พวกเราทราบดีว่า ไม่ว่าใครจะพบกับปัญหาที่ปวดแบบไหน แม้มีใครซักคนรอฟังรวมทั้งอยู่ดูแลจิตใจตอนที่ท้อใจ เป็นลู่ทางหลักที่ไม่ต้องนั่งจัดการกับปัญหาเพียงผู้เดียวให้ทรมาทรกรรมจนถึงเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เพราะเหตุว่ารัก เป็นเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของคนวัยหนุ่มวัยสาวในปัจจุบันที่กำลังเจอกับฟุตบาทในชีวิตที่ส่องสว่างเสมือนแสงสว่างของดวงสาว เพียงดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงเพราะเหตุว่าเรื่องของความข้องเกี่ยว แล้วก็ผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่มีความต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันก็เลยแปลงเป็นแรงที่อุดหนุนกันรวมทั้งช่วยทำให้แสงสว่างที่ชีวิตของแต่ละข้างกลับมาส่องแสงได้อีกที หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆต้องใจอย่าง Lost Stars แม้กระนั้นเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวเนื่องได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์ชุลมุน
ศึกษา สารภาพ เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ หากว่าพื้นฐานจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรู้ทันแล้วก็จัดแจงกับอารมณ์ตนเอง แต่ว่าสำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าหมอง หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดลนลานได้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้มิได้สอน แม้กระนั้นดึงแล้วก็คาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนที่จะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกกรองรวมทั้งตีความหมายอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘บุคคลอื่น’ ที่ไม่เหมือนกันแบบเดียวกัน
มนุษย์เป็นอย่างไร ความเจ็บเป็นอย่างไร การมีชีวิตเป็นยังไง และก็เวลาพวกเรามีจำกัด โน่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ที่ชักชวนให้พวกเราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ เพศชายที่พากเพียรดิ้นรนสืบหาความสบายภายใต้หน้ากาก พวกเราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะพบกับความสบายที่เรียกว่าอะไร ความรัก งานการ หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่รู้ดีว่าการไม่หลอกตัวเองรวมทั้งเห็นด้วยให้ได้อาจเป็นยารักษาดวงใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านช่วยชาติ กับ 5 อันดับหนังแอคชั่นมันส์ดุเดือด

มานอนมอง ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกันเหอะ! ตอนนี้มีทั้งยังฝุ่นผง อีกทั้งวัววิด แถมอากาศประเทศไทยก็ร้อนราวกับฝึกลงนรกไปยี้ก! และก็ตอนนี้คนไม่ใช่น้อยยังจำเป็นต้องกักบริเวณอยู่ที่บ้านช่วยชาติลดโรค ไปไหนก็มิได้ ใช่มั้ยล่ะ จำต้องรู้สึกเบื่อกันบ้างแหล่ะ วันนี้พวกเราเลยจะมาชักชวนทุกคน ดูหนังผ่านเน็ต อยู่ที่บ้านกัน เอาละ พวกเราได้สะสมหนังดีๆบันเทิงใจๆกับ 5 ชั้นหนังแอคชั่นรุนแรง เร่าร้อนมากกว่าแดดประเทศไทย มาให้ทุกคนได้เลือกดูแล้ว จัดแจงน้ำตระเตรียมของหวานให้พร้อม จะมีเรื่องมีราวไหนบ้างตามเลยจ๊า

1. LONE SURVIVOR (2013) กระทำการพิฆาตสนามรบเดือด
เรื่องราวของกลุ่มเที่ยวตรวจของหน่วยซีลกลุ่ม 10 มีเรือเอกไมเคิล เมอร์ฟี้ (Taylor Kitsch) หัวหน้าทีม, พันจ่าโทดินแดนนี่ ไดแอทซ์ (Emile Hirsch), พันจ่าโทแมทธิว แอกเซลสัน (Ben Foster) รวมทั้งนายสิบโทเสนารักษามาร์คัส ลูทเทรล (Mark Wahlberg) ได้รับคำบัญชาให้เที่ยวตรวจสืบรอบๆช่องเขา Shuryek Valley ระหว่างการลาดตระเวนได้เจอกับเด็กเลี้ยงแพะ และก็มองไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรก็เลยปล่อยเนื้อปล่อยตัวไป ก่อนที่จะเวลาถัดมากลุ่มเที่ยวตรวจจะพบว่าตนเองถูกหน่วยรบกรุ๊ปตาลีบันล้อมพื้นที่เอาไว้หมดแล้ว ทางเดียวที่จะรอดไปได้เป็นฝ่าออกไป ฝ่า!

2. UNKNOWN (2011) คนนิรนามเดือดปะทุ
ดร.มาร์ติน แฮริส (เลียม นีสัน) ไปสัมมนาด้านการแพทย์ที่เบอร์ลินพร้อม อลิซาเบธ (แจนยัวปรี่ โจนส์) เมียของเขา แต่ว่าทุกๆอย่างกำเนิดบกพร่อง เมื่อนั่งรถแท็กซี่ที่มีจีน่า (ไดแอน คุณครูเกอร์) เป็นผู้ขับ แล้วได้รับอุบัติเหตุจนกระทั่งรถยนต์จมน้ำ เขารุนแรงไปนับเป็นเวลาหลายวัน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่า เมียจำเขามิได้ และก็มีชายไม่คุ้นหน้า (เอดินแดน ควินน์) มาปลอมตัวเป็นตัวของเขาเอง เมื่อเขาสืบว่ากำเนิดอะไรขึ้น ผู้ที่เคยช่วยเขา รวมทั้งทราบการมีตัวตนของเขา ก็เริ่มถูกปิดปากไปครั้งละคน

3. FURY (2014) วันปถพีเดือด
​เรื่องราวในช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง เมษายน คริสต์ศักราช1945 กองกำลังผู้สนับสนุนของอเมริกามานะบุกในเมืองเบอร์ลินของเยอรมัน แม้กระนั้นก็จำต้องพบกับการคุ้มครองป้องกันที่แน่นหนา จนกระทั่งไม่สามารถที่จะทะลวงเข้าไปได้ ก็เลยเป็นหน้าที่ของ วอร์แดดดี้ (กางรด พิตต์) นายสิบสิบเอกของกองกองทัพ กับสมาชิก 4 คน ในรถถังสู้รบฟิวปรี่ ที่จะทำภารกิจบุกตะลุยฝ่ากองทัพท้องนาซีเข้าไปในใจกึ่งกลางจุดยุทธศาสตร์ ซึ่งผลสรุปของภารกิจของพวกเขา ก็เปลี่ยนเป็นจุดแปลงสำคัญที่ทำให้กองทัพอเมริกาเป็นข้างที่ได้รับความมีชัยในสงครามโลก

4. MAN ON FIRE (2004) คนจริงเผาโกรธแค้น
ครีสซี่ (เดนเซล วอชิงตัน) สมัยก่อนมือสังหารที่ล้างมือมาดำเนินงานซื่อตรง ตามคำแนะนำของคู่หู เรย์ เบิร์น (คริสโตเฟอร์ วอลเคน) โดยการเป็นบอดี้การ์ดให้กับเด็กน้อย พิต้า (ดาโกตา แฟนนิง) แต่ว่าแล้วเมื่อพิต้าถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ เปลี่ยนเป็นบาปติดตัวที่ว่าไม่สามารถที่จะรักษาคนสำคัญของชีวิตได้ ทำให้อุดมการณ์เก่าจะต้องยืนขึ้นมาอีกทีกับหน้าที่มือสังหารใจร้าย ที่คนใดกันแน่มาขัดปาหรือมีความเกี่ยวข้องถูกตาย แต่ว่ามองยิ่งค้นหาหามากเยอะแค่ไหน กลับจำต้องเจอความเป็นจริงที่ไม่น่าเป็นได้ เนื่องจากว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีแผนสำหรับการที่วางไว้ล่วงหน้า รวมทั้งเป็นกระบวนการเลวทรามที่มากับคำว่า มือโปร

5. CRANK: HIGH VOLTAGE (2009) คนคลุ้มคลั่ง ไฟแรงสูง​
​เชฟ เชลิออส (เจสัน สเตแธม) มือสังหารสุดไม่มีอารยธรรม ทิ้งตรงจากเฮลิคอปเตอร์ลงมานอนบนพื้น กรุ๊ปผู้กระทำผิดกฎหมายคนจีนก็เอาร่างของเขายัดใส่ด้านหลังรถตู้ เมื่อเชฟตื่นก็พบว่าถูกผ่าตัดลักขโมยหัวใจ รวมทั้งมีหัวหัวใจเทียมอยู่ในผู้แทนที่ เชฟอาละวาดแหลกและก็หนีออกมา หัวใจเทียมนั้นแก่การใช้แรงงานจำกัด เขาก็เลยไปพบด็อกเตอร์ ไมลส์ (ดไวต์ โยแคม) ให้ช่วยหาแนวทางยื้อเวลาชีวิตออกไป และก็เขาจะต้องใช้กระแสไฟฟ้าช็อตตนเองอยู่ตลอด พร้อมทั้งออกไล่ล่าชิงหัวใจคืนมา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ไอเดียแต่งบ้านงามปัง จากหนังดังเรื่องโปรด! TO INSPIRE YOUR HOME

ผู้ใดกันจะมีความคิดว่า ดูหนังออนไลน์ เรื่องโปรดก็สามารถดียอดไอเดียการตกแต่งบ้านได้ ! หลายหนที่พวกเราดูหนังจะมองเห็นได้ว่ามีหลายๆเรื่องเลยที่จัดแต่งฉากตามส่วนต่างๆในบ้านได้สวยอย่างมากมาย งามน่าอยู่จนกระทั่งผู้ชมแบบพวกเราต้องการจะมีบ้านแบบในหนังอยู่กันเลยล่ะ วันนี้พวกเราเลยจะมาเสนอแนะหนังเรื่องดังเรื่องสนุกที่คุณดูแล้วจำเป็นจะต้องร้องว้าว! ไปกับความงามของการจัดแจงสถานที่ถ่ายทำ ยืนยันว่าดูแล้วหลายคนกระจับปิ้งไอเดียการแต่งบ้านตามหนังประเด็นนี้กันเลยล่ะ

1. มารู้จะหนังเรื่อง ล่าผ่านโลกอนาคต (TRON Legacy)
ถ้าหากจะเอ่ยถึงหนัง Sci-fi ออกแบบยอดเยี่ยมสักเรื่อง การันตีว่าหนังหัวข้อนี้อยู่ในลิสต์แน่ๆ TRON: Legacy ภาคต่อของ TRON (1982) หนังไซ-ไฟที่มีชื่อเสียง และก็มีอิทธิพลจากตอนปี 80 ในสมัยนั้น เกิดเรื่องราวของแซม ฟลินน์ ลูกชายของเควิน ฟลินน์ผู้แสดงนำจากภาคก่อนที่จะถูกดูดเข้าไปในจักรวาลดิจิตัล และก็ได้เจอกับบิดาที่ล่องหนไปกว่า 20 ปี ข้างในโลกไซเบอร์นี้เองที่ทำให้พวกเราจะต้องตื่นตาตื่นใจไปกับฉากที่วางแบบให้เหมาะสมมนุษย์ในโลกดิจิตัล ประสมประสานความร่วมยุคกับความทันสมัยที่อนาคต โดยเฉพาะบ้านที่เควิน ฟลินน์ผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นที่กำบังภัย ความคลาสสิกสไตล์ทรอนสะท้อนความจำของฟลินน์เกี่ยวกับความสวยในโลกเรื่องจริงของคนเราที่เขานึกถึง ท่ามกลางสเปซที่สงบสุขุมภายใต้บรรยากาศมัว ข้าวของทุกสิ่งทุกอย่างล้วนดูเหมือนกับว่าเรืองแสงในตนเอง ส่วนทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ผิวสัมผัสแวววาวก็เป็นการสื่อถึงความสวยงามในลักษณะของวิทยาศาสตร์ มองไม่ตรงกันกับฝาผนังหินหยาบคายสกัดด้วยมือ แถมด้วยคอลเล็คชั่นเครื่องเรือนในตำนาน สะท้อนรสนิยมชั้นยอดได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งผองมองประหลาดตาในบรรยากาศสุดล้ำ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าส่วนประกอบกลุ่มนี้ช่วยสร้างแรงผลักดันให้พวกเราต้องการยืมมาใช้แปลงโฉมบ้านบ้างไม่มากมายก็น้อย แล้วคุณละเห็นด้วยไหม

2. ฉากงานสถาปัตยกรรมที่สุดยอดจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski
จากนิยายของผู้เขียนคนอเมริกัน Brian Daley ทรอนเปลี่ยนเป็นหนึ่งในหนังที่นักวิพากษ์วิจารณ์บอกคำจำกัดความว่า “Cult Film” ซึ่งเป็นที่ชอบใจกระทั่งกำเนิดวัฒนธรรมเฉพาะกรุ๊ปขึ้นมา กระทั่งถึงภาคปัจจุบันในปี 2010 ถึงแม้ตัวหนังจะทำเงินได้ไม่มากมายสักเท่าไหร่ แต่ว่าก็สร้างอิมแพคให้กับวงการแฟชั่น ดนตรี งานออกแบบ ไปจนกระทั่งภาคเทคโนโลยี ซึ่งตอบรับการปรากฏที่ไลฟ์สไตล์นี้อย่างทั่วถึง
เบื้องหน้าเบื้องหลังความวิจิตรตระการตาของหนังหัวข้อนี้ คงจะเป็นผู้ใดกันแน่ไปมิได้นอกเหนือจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของบริษัททำเว็บไซต์ แล้วก็ชำนาญสำหรับในการดูแลหนังโปรโมทมาก่อน แต่ว่าก็ได้รับความเชื่อใจจากวอวอลต์ดิสนีย์ให้สร้าง TRON ภาคใหม่ภายใต้ทุนสร้างมากถึง 170 ล้านเหรียญ รวมทั้งด้วยดีกรีด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของเขาประสานกับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากกลุ่มคนเขียนแบบ แล้วก็ดีไซน์เนอร์นอกแวดวงภาพยนตร์ พวกเราก็เลยได้มองเห็นฉากงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งด้านใน ไปจนกระทั่งยานพาหนะสุดแจ๋วที่ได้รับการตีความหมายออกมาในภาษาของงานออกแบบสุดล้ำอนาคตสไตล์ทรอน

3. ไอเดียวการตกแต่งจากหนังให้ความรู้ความเข้าใจสึกถึงโลกอนาคตที่นำสมัย
ถึงแม้สไตล์ย้อนยุคจะน่าคลั่งไคล้ แต่ว่าออกแบบของโลกอนาคตก็แจ๋วจริงๆ Futuristicหมายถึงสไตล์การออกแบบที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นแบบวิถีชีวิตที่อนาคต ย้ำการใช้แบบที่สื่อถึงความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี หรือความทันสมัยที่มนุษย์ใฝ่ฝันแม้กระนั้นยังเอื้อมไม่ถึงในห้วงอวกาศที่ดำสนิทหรือกาแล็กซี่อันไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งที่มองไม่นิมัลท่ามกลางสเปซที่เวิ้งว้าง แม้กระนั้นน่าตื่นเต้นด้วยเส้นโฉบเฉี่ยวลื่นไหล รวมทั้งวัตถุเรืองแสงที่ได้แรงจูงใจมาจากยานอวกาศ สร้างสเปซล้ำๆของคุณเองได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวที่เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น สิ่งของกรุผิวสีขาวแผ่นเรียบแบบไฮมายากลอส หรือกระจกฝ้าฝังไฟข้างหลังเพื่อมองเรืองแสง เพิ่มเนื้อหาด้วยเส้นสีเงินเงา เน้นย้ำสเปซให้สะดุดตาด้วยสีดำของหินธรรมชาติที่มีผิวสัมผัสแข็งกระด้าง เพิ่มเติมเนื้อหาที่เพิ่มกลิ่นความเป็นบ้านด้วยของตกแต่ง แล้วก็เครื่องเรือนสีเงินวับๆหรือคริสตัล ร่วมด้วยส่วนประกอบที่ตัดทอนจนถึงมองร่วมยุคขึ้น อย่างขนคิ้วบัวหรือเครื่องเรือนสไตล์คลาสสิกที่ทำมาจากอะคริลิกใส

เป็นอย่างไรกันบ้างดูหนังจบแล้วยังได้ความคิดดีๆอีก การดูหนังให้คุณประโยชน์มากยิ่งกว่าที่คุณคิด ใช่มั้ยล่ะ ดูหนังเพื่อความสนุกสนานกันแล้ว แถมยังรู้เรื่องคิดดีๆเป็นแถวทางในการผลิตสรรค์ความสวยให้กับที่พักที่อาศัยได้อีกมีแม้กระนั้นคุ้มกับคุ้มจริงๆเลย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนะนำวิธีพูดชวนผู้ชาวต่างชาติที่เราชอบไปดูหนัง!!

สาวๆคนไหนกักตัวอยู่บ้านแล้วเบื่อ มี ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดีๆอยู่อย่างเช่น เว็บดูหนัง Moviedoofree.com แล้วอยากชวนผู้ชายสายฝอที่เราแอบชอบมาดูหนังเป็นเพื่อน แต่ไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี? เราจะไม่นกอีกต่อไป..วันนี้เรามีประโยคง่ายๆ ที่พูดแล้วดูเป็นธรรมชาติ แบบเนียนๆ ไม่โป๊ะ ที่เราสามารถหยิบมาใช้เมื่อต้องการหลอกชวนแบบใสๆ ให้ผู้ฝรั่งมาดูหนังออนไลน์เป็นเพื่อนที่บ้านเรา (คุณผู้ชายก็เอาเอาไปใช้พูดชวนสาวฝรั่งได้เช่นกันนะ ) มาดู 5 ประโยคนี้กัน อย่ารอช้า! ช้าหมดระวังอดคนอื่นแย่งตัดหน้าไปก่อนนะ

1. Let’s go to the movies at my home. (เราไปดูหนังที่บ้านของฉันกันเถอะ)
คำว่า Let’s ย่อมาจาก Let us ซึ่งจะอยู่ต้นประโยคชักชวน เช่น
Let’s eat. (เรากินข้าวกันเถอะ) Let’s get married. (เราแต่งงานกันเถอะ)
Let’s hide Boom’s underwear so he can’t find them!
(เราซ่อนกางเกงในของบูมเอาไว้ในที่ที่เขาหาไม่เจอนะ)
ดังนั้น Let’s go to the movies. หมายถึง เราไปดูหนังกันเถอะ คำตอบคงเป็น Okay. ในความหมายว่า ตกลง หรือ โอเค หรือไม่ก็ Sorry, I can’t. (ขอโทษ ไปไม่ได้)
โครงสร้างประโยคแบบนี้ไม่ยาก และออกในหลายรูปแบบที่คล้ายกันเช่น Let’s see a movie. Let’s go see a movie. หรือ Let’s see a film tonight.

2. Why don’t we see a movie at my home? (เรามาดูหนังที่บ้านของฉัน..กันดีไหม)
คำว่า Why แปลว่า ทำไม และ Why don’t เป็นคำถามที่ออกในแนว “ทำไมคุณไม่ทำอะไรบางอย่าง” เช่น
Why don’t you like me? (ทำไมคุณถึงไม่ชอบหนู)
Why don’t you ever come to school on time? (ทำไมคุณไม่เคยมาโรงเรียนตรงเวลา)
ด้วยความหมายนี้ เราใช้ Why don’t you …? ในการชักชวนด้วย สูตรคือ Why don’t you และต่อด้วยสิ่งที่คุณอยากเสนอให้ทำ คงไม่ต้องบอกว่า ใช้ we แทน you ได้ เช่น
Why don’t we go to the movies tonight?
ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ทำไมคืนนี้เราไม่ไปดูหนังกัน ฟังแล้วแปลก เพราะความหมายแท้คือ เราไปดูหนังกันเถอะ (ไม่ดีหรือ … ไม่ดีตรงไหน … ทำนองนี้)
สรุปว่า Why don’t we …? เป็นการชักชวนอีกคนหนึ่ง หรืออีกหลายคน ไปทำอะไรร่วมกัน เช่น
Why don’t we have dinner tonight? (คืนนี้เราทานข้าวด้วยกันดีไหม)
Why don’t we stop arguing? (เอาเป็นว่า เราเลิกทะเลาะกันดีไหม)
ส่วนเรื่องการชวนไปดูหนัง ก็ใช้
Why don’t we see a movie? Why don’t you and I go see a movie tonight?
Why don’t we have something to eat then see a movie? (เราไปทานข้าวและก็ดูหนังดีไหม)

3. What about going to the movies? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
คำถามที่เริ่มต้นด้วย What about …? เป็นการเสนอให้ทำอะไร หรือการชักชวนนั่นเอง มักจะเป็นภาษาพูด เช่น
What about lunch? (กินข้าวมื้อเที่ยงไหม) What about a drink? (ถึงเวลาดื่มอะไรสักอย่างดีไหม)
เราพูด What about a movie? ได้เพื่อเสนอว่า เราอยากไปดูหนัง เช่น
A: I’m bored. What can we do? (ฉันเบื่อ เราจะทำอะไรดี)
B: What about a movie? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
อีกรูปแบบหนึ่งคือ What about going to the movies? (What about + กริยา+ing) หรือ
What about seeing a movie? หรือ เอานำหน้าประโยคบอกเล่า จะทำให้มันเป็นคำถามที่ชวนไปทำอะไรบางอย่าง เช่น What about we go see a movie?
อย่างไรก็ดี What about มักเป็นการชักชวน จำไว้นะ

4. How about going to the movies? (เอาเป็นว่า เราไปดูหนังดีไหม)
เหมือนกับ What about …? เป๊ะเลย
คนไทยชอบใช้ How about ในการถามว่า อะไรบางอย่างเป็นอย่างไรบ้าง แต่ฝรั่งมักไม่ใช้อย่างนั้น สำหรับพวกเราแล้ว How about …? ใช้ในการเสนอ หรือ ชักชวนไปทำอะไร เช่น
How about being my girlfriend? (น้องจะเป็นแฟนผมดีไหม)
How about we meet at six? (เอาเป็นว่า เราเจอกัน 6 โมงเย็นดีไหม)
Would you like to see a movie? (คุณอยากไปดูหนังไหม)

5. Do you want to see a movie? (คุณอยากดูหนังไหม)
Do you want …? หมายถึง คุณต้องการไหม เหมือน Would you like …? ซึ่งหมายถึง คุณต้องการเหมือนกัน
Would you like …? ฟังแล้วสุภาพกว่า Do you want …? ไม่ได้หมายถึง Do you want …? ไม่ดี แล้วแต่สถานการณ์ อาจสรุปอีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าอยากสร้างความประทับใจ (หมายถึง จีบคนนั้น) ใช้ Would you like …? แต่ถ้าเป็นเพียงเพื่อนสนิท Do you want …? ก็พอ
Do you want …? มักจะย่อเป็น Do you wanna …? หรือ Wanna …? เช่น
Do you wanna see a movie at my home?
Wanna see a movie? หรือ Wanna go to the movies tonight? (คืนนี้ไปดูหนังกันไหม)
Wanna catch a movie? (อยากดูหนังไหม … ในเชิงแสลงคำว่า catch หมายถึง ดู)

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่อยากชวนเพื่อนฝรั่งมาดูหนังออนไลน์ที่บ้าน เพราะคุณชอบเค้าคนนั้น บางทีอยากจะจีบ แต่ไม่ทราบว่า ควรพูดแบบไหนที่จะฟังแล้วเหมาะ ไพเราะ ไม่อันตราย และก็ได้ผล ลองเอาประโยคที่เราสอนใปใช้กันนะคะ ขอให้ทุกคนสมหวังดังปรารถนา ไม่นกกันถ้วนหน้านะคะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนมาทำความรู้จักประเภทของหนังแต่ละแนวกันให้กระจ่างแจ้ง

เชื่อว่ามีหลายคนประสบปัญหาเหล่านี้ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ แล้วเจอคำค้นหาประเภทของหนัง ซึ่งบางเว็บโชคดีมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย บางเว็บก็มีแต่ภาษาอังกฤษซะงั้น แถมมือใหม่เพิ่งเข้าวงการหัดดูหนังยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังแต่ละประเภทหมายถึงอะไรกันยังไงแน่ ยิ่งค้นยิ่งงง เอาล่ะ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้ประเภทของหนังกันให้กระจ่างแจ้ง เพื่อว่าเวลาเข้าเว็บดูหนังออนไลน์จะได้เลือกดูกันได้สบายตามใจชอบ ไม่ต้องงงกันอีกต่อไป

Action movie (ภาพยนตร์แอคชั่น)
Action หมายถึง หนังแบบบู๊ แอ็กชั่น ยิง ต่อสู้ ระทึกใจ เหมาะสำหรับคนชอบความแข็งแรงและศิลปะการต่อสู้ ในภาพยนตร์แนวนี้จะมีฉากยิง ระเบิด เผาสิ่งต่างๆ ที่เราอาจจะหาดูได้ยาก ฉะนั้นคนที่ชอบหนังประเภทนี้ไม่ใช่เพราะชอบความรุนแรง แต่จะหมายถึงคนที่ชอบที่จะสัมผัสกับสิ่งที่หาดูไม่ได้ในชีวิตประจำวันและชอบความตื่นเต้นอยู่ด้วย ปัจจุบันภาพยนตร์ประเภทนี้ มีออกมาฉายกันมากไม่เคยขาดและได้รับการตอบกลับอย่างดี แต่ก็ต้องมีเนื้อหาสาระและมุมมองของการออกแบบฉากได้อย่างลงตัวและสมจริงด้วย อย่าง องค์บาก ทั้งสองภาคก็ขายความแอ๊คชั่นเป็นจุดสำคัญ

Adventure (ภาพยนตร์ผจญภัย)
Adventure หมายถึง หนังแนวผจญภัย เข้าป่าฝ่าดง เจอปัญหาอุปสรรคมากมาย และต้องมีการแก้ไข ปัญหาสถานการณ์ หนังแบบนี้ก็เหมาะสมหรับผู้ชมที่ชื่นชอบการผจญภัย เช่น เข้าไปในป่าที่ยังไม่รู้จักว่ามีอะไรบ้างที่รอการเข้าไปค้นหาจากเรา

War (ภาพยนตร์สงคราม)
War หนังสงคราม ที่มีการอ้างอิงเหตุการณ์สงครามที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เน้นจุดๆ หนึ่งในสงครามนั้นๆ ก็อาจจะนำไปใช้สอนเด็กนักเรียนได้ แต่ก็อาจจะไม่เหมาะในบางเรื่อง เช่น ความรุนแรงหรือความป่าเถื่อนอะไรประมาณนี้ ผมสังเกตว่าถ้าคนที่ไม่ใช่คอหนังสงครามจริงๆ เขาอาจจะไม่อยากดูเลยด้วยซ้ำ แต่คนที่ชอบดูก็จัดได้ว่าคลั่งหนังสงครามไปเลย ส่วนที่เหลือก็เป็นการชอบดูเป็นช่วงๆ ระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง

Drama Movies (ภาพยนตร์ดราม่า)
Drama หนังชีวิต ที่จะได้ความรู้สึกซึ้งเศร้า เคล้าน้ำตา ทำให้นึกถึงชีวิตคนจริงๆ บางเรื่องดูแล้วเครียด บางเรื่องก็เศร้ามากๆ แต่พอหนังจบก็โล่งหัว

Sci-Fi Movies (ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์)
Sci-Fi หนังที่มีเนื้อหาอ้างอิงวิทยาศาสตร์ แต่ทำออกมาให้น่าสนใจอาจจะผสมจินตนาการเข้าไปด้วย แต่หลายคนบอกว่าไม่ชอบเพราะดูไม่รู้เรื่อง ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะบางเรื่องก็ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานเป็นเดิมพันบ้าง แต่ถ้าหากชมบ่อยๆ ก็จะเริ่มรู้เรื่องและกลายเป็นคนชอบหนังประเภทนี้ก็ได้ หนังแนวนี้สามารถต่อจินตนาการให้เราได้ เผลอๆ คนที่ดูอาจจะคิดอะไรดีๆ ออกมาสร้างประโยชน์ให้กับคนรอบข้างได้ และแนวคิดของหนังแนวนี้ก็เป็นแรงกระตุ้นให้นักวิทยาศาสตร์พยายามทำให้ได้แบบในหนัง

Family (ภาพยนตร์ครอบครัว)
Family เป็นหนังที่คนทุกคนในครอบครัวดูได้ ส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความผูกพัน ของคนในครอบครัว ส่วนใหญ่ก็จะแฝงแง่คิดเอาไว้และเดินเรื่องแบบเรียบง่าย เน้นความรักกันของคนในครอบครัว

Thriller Movies (ภาพยนตร์ระทึกขวัญ)
Thriller หนังแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีการผูกเรื่องเพื่อให้ผู้ชมลุ้นไปด้วยว่าผลสุดท้ายจะออกมาในแนวใด เหมาะกับผู้ที่ชอบการสืบ นักสืบน้อยทั้งหลาย มันมีเสน่ห์ตรงทำให้ผู้ชมต้องติดตามตลอดทั้งเรื่อง ดังนั้นหากเรื่องไหนทำให้เกิดปมช้า ก็ทำให้หนังน่าเบื่อ และตอนจบและแนวเรื่องต้องมีความแปลกใหม่

Crime (ภาพยนตร์อาชญากรรม)
Crime หนังอาชญากรรม แนวการแก้ไข ต่อสู้ จับผู้ร้ายและไขคดีต่างๆ ของคุณตำรวจนั่นเอง

Documentaries (ภาพยนตร์สารคดี)
Documentary หนังแนวสารคดีที่ดูไปด้วย ได้สาระไปด้วย เช่น หนังสารคดีไดโนเสาร์ เช่น เรื่อง Jurassic Park จูราสสิค ปาร์ค กำเนิดใหม่ ไดโนเสาร์

Animation (ภาพยนตร์การ์ตูน)
Animation หมายถึง หนังการ์ตูน ซึ่งปัจจุบันกำลังมาแรง เช่น finding nemo ปัจจุบันมีการผลิตออกมาได้น่าดูและแนบเนียนขึ้น ประเทศไทยเองก็มีออกมาหลายเรื่องและได้รับการต้อนรับมากโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ขาดกันไม่ได้

Comedy (ภาพยนตร์ตลก)
Comedy หนังตลก เบาสมอง เหมาะกับคนที่ต้องการดูเพื่อการพักผ่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก

Erotic (ภาพยนตร์ผู้ใหญ่)
Erotic เป็นภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพศ ในประเทศไทยไม่มีเพราะทำออกมาก็ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์

Fantasy (ภาพยนตร์ผสมจินตนาการ)
Fantasy หนังที่มีการผสมจินตนาการแบบที่เราๆ ไม่ค่อยเห็นในชีวิต จะเรียกว่า เหนือจริงก็ได้ เด็กๆ หลายคนชอบจนถึงขั้นติดเลย

Musicals Movies (ภาพยนตร์เพลง)
Musical ภาพยนตร์เพลง เช่น ชิคาโก ประเทศไทยยังไม่มีให้เห็นเป็นเรื่องเป็นราวสักเรื่อง แต่ก็ยากที่จะทำให้มีรายได้เพราะความนิยมของคนแนวนี้ไม่มาก

Romance (ภาพยนตร์โรแมนติก)
Romance หนังแนวรักโรแมนติก เหมาะกับคู่หนุ่มสาวและผู้ที่กำลังมีความรักทั้งหลายหรือคนที่กำลังอยากจะรักใคร ชมไว้เป็นแนวทางในการทำตนเมื่อมีคนรัก จะได้ความรู้สึกมากขึ้นหากเราเคยมีประสบการณ์และความรู้สึกเหมือนในภาพยนตร์ จึงไม่แปลกใจที่หลายคนร้องไห้กับหนัง แต่อีกหลายคนอาจจะมองว่ามันซึ้งตรงไหน ไม่ผิด

Western (ภาพยนตร์ตะวันตก)
Western หนังคาวบอยตะวันตก ปัจจุบันอาจจะดูไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรเพราะความแปลกใหม่ในการนำเสนอหายากขึ้นและเสี่ยงมากที่จะทำออกมา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนวทางการดูหนังกับกระบวนการทำวิดีโอคอนเท้นต์สู่การเป็นยูทูปเบอร์

เคยรู้มาก่อนมั้ยว่าการ ดูหนังออนไลน์ มองซี่ปรี่ย์ออนไลน์ อยู่บ้านปกติก็ฝึกฝนความถนัดแนวทางการทำวิดีโอคอนเท้นต์ต่อยอดการเป็นยูทูปเบอร์ได้ ! ที่สำคัญเป็น จำต้องดูหนังให้เป็น หนังนอกเหนือจากการที่จะมอบความสนุกสนานร่าเริง บรรเทาแล้ว พวกเรายังสามารถเพิ่มมุมมอง ความนึกคิด เนื้อหาต่างๆให้พวกเราได้อีกด้วย ทดลองสังเกตุมองว่าหนังหลายๆเรื่องจัดวางส่วนประกอบ ฉาก แสงสว่าง สีเจริญแล้วก็งามมากมาย คนทำหนังทำเช่นไร จัดมุมกล้องถ่ายรูปอย่างไร หนังแต่ละเรื่องมีแนวความคิดอย่างไรสำหรับเพื่อการเสนอเรื่องราว ให้น่าดู น่าติดตาม มาทดลองพิจารณาเนื้อหากลุ่มนี้กัน ตามมาเลย

1. พิจารณาโทนสีที่ใช้
โทนสีที่ใช้ในหนังแต่ละฉาก แต่ละเรื่องจะมีการ Grading สีที่แตกต่างออกไป ให้อารมณ์คนละอย่าง แนวทางที่ง่ายสุด เป็นเลือกจำโทนที่ถูกใจไว้เป็นตัวอย่างแล้วทดลองแกะออกมาใช้ในแบบที่พวกเราถูกใจมอง

2. ดูอารมณ์
ทดลองสังเกตุอารมณ์จากหนัง สายตาต่างๆพวกเราทดลองจำความรู้สึก เนื้อหาของ สีหน้าท่าทาง อารมณ์ เพื่อใช้สำหรับในการเก็บบันทึกงานวิดีโอของพวกเรา ด้วยเหตุว่าการถ่ายงานรูปแบบนี้ชอบจำเป็นต้องเข้าใจในเรื่องอารมณ์สำหรับเพื่อการพรีเซนเทชั่นด้วย

3. พิจารณาการวางเฟรมภาพ
การวางเฟรมสำหรับเพื่อการถ่ายทำหนังมีมากมายแบบมากมาย มากมายกระทั่งที่พวกเราทดลองเอามุมไปใช้ถ่ายงานวิดีโอพวกเราได้นะ อย่างมุมกล้องถ่ายรูปของการเล่าเรื่องท่องเที่ยว หรือเล่าบรรยากาศในเมือง พวกเราเพียงแค่สังเกตว่าในเรื่องจัดเฟรมภาพ จัดมุมกล้องถ่ายภาพอย่างไร แล้วทดลองเอามาใช้มอง

4. พิจารณาการเล่าเรื่องจากหนัง
ลำดับการเล่าเรื่องเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนรีวิว การใช้คำกล่าวให้น่าดึงดูด แล้วก็สม่ำเสมอเกิดเรื่องราวเดียวกัน พวกเราจำเป็นต้องให้รายละเอียดการเล่าเรื่องชมรมกับรายละเอียดวิดีโอสำหรับเพื่อการพรีเซ็นท์ ซึ่งพวกเราสามารถศึกษาจากการดูหนังได้อีกหนทางนึง

5. พิจารณาเนื้อหาในฉาก
การให้ความสนใจเนื้อหา ความถูกกันของรายละเอียดในวิดีโอเป็นสิ่งจำเป็น จำเป็นต้องให้เกิดเรื่องเดียวกัน ตีมเดียวกัน เกี่ยวข้องกัน ทดลองดูรายละเอียดที่ได้รับมาจากหนังภาพยนตร์แล้วก็ใช้เป็นต้นแบบสำหรับการวางเนื้อหาสำหรับเพื่อการถ่ายทำวิดีโอคอนเท้นต์พวกเราก็ได้

6. พินิจมุมกล้องถ่ายรูปจากหนัง
มุมกล้องถ่ายรูปสำหรับการเล่าก็จะมีความไม่เหมือนกันออกไป ถ้าหากพวกเราถูกใจมมุมไหนเป็นพิเศษก็ทดลองจับมาใช้มองโดยจำจากการดูหนังในฉากกล้วยๆพวกเราบางทีก็อาจจะทดลองฝึกฝนบันทึกวีดีโอตามมุมที่จำมากมายจากหนัง รวมทั้งหมั่นฝึกหัดไปเรื่อยจะก่อให้พวกเราเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น

7. ดูการจัดแสงสว่าง
การถ่ายวิดิโอในบางพื้นที่พวกเรารู้อยู่แล้วถ้าหากถ่ายด้วยแสงสว่างธรรมชาติไม่เพียงพอแน่ๆ พวกเราทดลองศึกษาเล่าเรียนมองว่าเขามีการจัดไฟลักษณะไหน หรือแสงสว่างที่ใช้เพื่อการถ่ายทำเป็นแบบอย่างไหน แล้วเอามาประยุกต์กับการถ่ายของพวกเรา

8. พิจารณาแนวการคิดของคนทำหนัง
ในที่สุดเป็นทดลองพิจารณาแนวความคิดของผู้ที่ทำหนังมอง พวกเราจะได้ทั้งยังการตระเตรียม มุมมอง การใช้สี สารพัดสารพันอย่าง แค่เพียงพวกเราพิจารณาจากการดูหนังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การดูหนังมอบมุมมอง และก็มอบไอเดียความนึกคิดให้พวกเราได้ แม้กระนั้นเพียงแค่จำต้องมองให้เป็นเพียงเท่านั้น กระบวนการทำหนังสักเรื่องกับกระบวนการทำวิดีโอคอนเท้นต์สักคลิป ถึงขั้นตอนการทำงานจะไม่ค่อยเช่นเดียวกันนัก แต่ว่าก็มีจุดหมายปลายทางแบบเดียวกัน เป็นมอบสารนั้นไปยังผู้ชม พวกเราสามารถกล่าวถึงทริคดีๆจากหนัง มาปรับใช้ให้กับงานของพวกเราได้เพื่อเป็นแถวทางในการสร้างวิดีโอคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพมอบไปยังผู้ชมของพวกเรา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com